<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Bongbank&#039;s Site &#187; Review</title>
	<atom:link href="http://www.bongbank.net/category/review/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.bongbank.net</link>
	<description>เว็บบล๊อกเล็กๆที่เขียนถึงเรื่องที่อยากเขียน เขียนในเรื่องที่ทำ เรื่องราวชีวิตของคนคนนึงที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ที่พร้อมจะแชร์เรื่องราวให้คุณได้รับรู้</description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 Jul 2011 08:21:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>Mac OSX on Dell Vostro 3400</title>
		<link>http://www.bongbank.net/review/mac-osx-on-dell-vostro-3400</link>
		<comments>http://www.bongbank.net/review/mac-osx-on-dell-vostro-3400#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Nov 2010 18:29:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bongbank</dc:creator>
				<category><![CDATA[Review]]></category>
		<category><![CDATA[dell vostro]]></category>
		<category><![CDATA[osx]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bongbank.net/?p=272</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มานำเสนออะไรเด็ดๆ สำหรับสาวก Dell ที่อยากกระแดะอัพเกรดตัวเองเป็นมารศาสนาไปใช้ Mac OSX ซึ่งตามวิธีนี้ ทำให้เครื่อง Vostro รุ่น V3xxx สามารถใช้งาน Mac OSX ได้เกือบสมบูรณ์ 100% มาเริ่มกันเลยครับ สิ่งที่ต้องเตรียม แผ่น Snow Leopard 10.6.3 Retail (Mac.OS.X.10.6.3.Retail.dmg) ไปหาโหลดเอาเองนะครับ หรือไม่ก็เดินเข้า iStudio ซื้อแผ่นมาโลด ใช้งานได้เหมือนกัน ไรท์ลง แผ่น iBoot เป็นแผ่นที่ทำให้สามารถบูทเข้าแผ่น Retail ได้ กดโหลดได้จากลิ้งค์เลย To_try_for_3400.zip เป็นชุดรวม Patch Driver สำหรับเครื่องรุ่น v3400 สำหรับเครื่องรุ่น v3xxx ไปพยายามหาเอาเอง ผมขี้เกียจหาให้ Harddisk แยกอีกลูก ผมไม่แนะนำให้ลงลูกเดียวกับ Windows ถ้าไม่โปรจริง เพราะระบบ Boot File ค่อนข้างจัดการยาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้มานำเสนออะไรเด็ดๆ สำหรับสาวก Dell ที่อยากกระแดะอัพเกรดตัวเองเป็นมารศาสนาไปใช้ Mac OSX ซึ่งตามวิธีนี้ ทำให้เครื่อง Vostro รุ่น V3xxx สามารถใช้งาน Mac OSX ได้เกือบสมบูรณ์ 100%<span id="more-272"></span></p>
<div class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img src="http://img.mobypicture.com/8517fa24b3574b5ff4e6a512afb38e6d_new_medium.jpg" alt="" width="500" height="376" /><p class="wp-caption-text">Vostro V3400 เมื่อทำการ Boot Snow Leopard ครั้งแรก</p></div>
<p>มาเริ่มกันเลยครับ</p>
<h2>สิ่งที่ต้องเตรียม</h2>
<ol>
<li>แผ่น Snow Leopard 10.6.3 Retail (Mac.OS.X.10.6.3.Retail.dmg) ไปหาโหลดเอาเองนะครับ หรือไม่ก็เดินเข้า iStudio ซื้อแผ่นมาโลด ใช้งานได้เหมือนกัน ไรท์ลง</li>
<li>แผ่น <a href="http://www.tonymacx86.com/Public/iBoot.zip">iBoot</a> เป็นแผ่นที่ทำให้สามารถบูทเข้าแผ่น Retail ได้ กดโหลดได้จากลิ้งค์เลย</li>
<li><a href="http://hotfile.com/dl/79737390/72ec433/To_try_for_3400.zip.html">To_try_for_3400.zip</a> เป็นชุดรวม Patch Driver สำหรับเครื่องรุ่น v3400 สำหรับเครื่องรุ่น v3xxx ไปพยายามหาเอาเอง ผมขี้เกียจหาให้</li>
<li>Harddisk แยกอีกลูก ผมไม่แนะนำให้ลงลูกเดียวกับ Windows ถ้าไม่โปรจริง เพราะระบบ Boot File ค่อนข้างจัดการยาก แต่ถ้าใครเล่นท่ายากบูท 2OS ในลูกเดียวกันได้ แบบเวิคๆ ก็บอกผมด้วยล่ะกัน</li>
<li>อื่นๆ นึกไม่ออก ค่อยตามเอาในบทความด้านล่างเอา</li>
</ol>
<h2>เริ่มกันโลด</h2>
<ol>
<li>ไรท์แผ่น Snow Leopard 10.6.3 ด้วยแผ่นยี่ห้ออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ Princo ที่เป็น DVD-R DL เพราะมันจะไรท์ไม่ได้ ผมลองแล้ว Sad มาก ไปซื้อ TDK หรือยี่ห้ออื่นมาไรท์ซะ ที่มันเขียนว่าเป็น DVD+R DL จะดีมาก ตกแผ่นละ 30-50 บาท ตามคุณภาพ วิธีไรท์เนื่องจากไฟล์ .dmg ค่อนข้างจะหาโปรแกรมเปิดบน Windows ได้ยาก ที่ผมใช้คือ UltraISO ซึ่งสามารถ Open เปิดไฟล์ dmg แล้วสั่งเบิร์นได้เลยทันที ข้อแนะนำคือไรท์ด้วยสปีดต่ำๆ หน่อย 4x กำลังดีครับ</li>
<li>ไรท์แผ่น iBoot ลง CD หรือจะ CD-RW ก็ได้ (หากต้องการประหยัด)</li>
<li>สับเปลี่ยน HDD ของเครื่องโน๊ตบุคเป็น HDD อีกลูกที่อยากเอาไว้ลง OSX หรือจะเปรี้ยวเลิกใช้ Windows ไปใช้ osx เลย ก็ไม่ว่ากัน วิธีแกะ ก็ขันน๊อต 2 ตัว แงะฝาหลังออก (เบาๆ ระวังหัก ตูไม่รับผิดชอบ) ขันน๊อตอีก 2 ตัวที่ยึดแผง HDD ออก แล้วดึง HDD ออกมา แกะหัวแปลงที่ HDD กับขันน๊อตอีก 2 ตัวออก แล้วใส่กลับเหมือนเดิม</li>
<li>เมื่อพร้อมแล้ว ใส่แผ่น iBoot ลงเครื่อง แล้วเปิดเครื่อง เปิด F12 เพื่อเลือก Boot จาก CD</li>
<li>บูทจนมาเจอหน้าของ iBoot แบบในรูป แล้วเอาแผ่นออก แล้วใส่แผ่น Snow Leopard เข้าไปแทน รอซักพัก แล้วกด F5 จะเห็นว่ารูป Disk จะเปลี่ยนจาก iBoot เป็น Snow Leopard Installation</li>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone" src="http://upic.me/i/xq/installdvd.jpg" alt="" width="320" height="250" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone" src="http://upic.me/i/yc/iboot.jpg" alt="" width="320" height="254" /></p>
<li>จากนั้นพิมพ์ <strong>busratio=18 -v -f </strong>แล้วกด Enter สำหรับบูทเข้าแผ่น (เครื่องผมเป็น CPU i5 520 จึงใช้ busratio=18 สำหรับเครื่องที่ใช้ CPU รุ่นอื่น สามารถดูได้จาก <a href="http://tonymacx86.com/viewtopic.php?f=34&amp;t=642">ที่นี่</a> นะครับ แล้วเลือกใส่เอาตามรุ่น CPU ของท่านน่าจะดีกว่า)</li>
<li>รอลุ้นครับว่าจะบูทได้ไหม อาจจะมีช้าหน่อย แต่ไม่ค้างที่ตัวอักษรเดิมเกิน 5 นาทีครับ ถ้ามันค้างนานเกิน 5 นาที่ text เดิม ก็แสดงว่าต้องมีอะไรที่มีปัญหาแล้วครับ (ก็ไปหาวิธีแก้กันต่อไป)</li>
<li>เมื่อเปิดเข้ามาได้ถึงหน้าติดต่อ Snow Leopard เลือกภาษาจากนั้น ชี้เมาท์ไปด้านบนๆ หน่อย เลือก <strong>Utilities/Disk Utility</strong></li>
<li>ทำการเลือก Disk จากนั้น Format (เมนู Else) เป็น Format สำหรับ OSX ซึ่งจะมี ให้เลือกแค่ไม่กี่อัน คงจะเลือกถูกแหละ</li>
<li>ที่สำคัญ ต้องทำ Disk ทั้งก้อน ให้มี <strong>GUID Partition Table</strong> ด้วย ก็คลิกๆไปที่ Disk ที่เมนูอะไรก็กดๆ ดูล่ะกัน แต่อย่าไปกด Free Space Else เพราะมันจะล้างนานมาก</li>
<li>กดออกมา มันจะสามารถเลือกเลือกไดร์ฟเพื่อลงได้แล้ว (ถ้าเลือกไม่ได้ ให้ไปจัดการ GUID Partition Table เสียก่อน)</li>
<li>ติดตั้งให้เสร็จ รอนานพอสมควรดังรูป
<p><div class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><img src="http://img.mobypicture.com/c0d6ace3c4c25eac486b4fc6e864a5a9_new_medium.jpg" alt="" width="500" height="376" /><p class="wp-caption-text">หน้าตาขณะลง</p></div></li>
<li>บูทเครื่องแล้ว กด F12 เลือกบูทจากแผ่น CD เปลี่ยนแผ่น iBoot มาใส่แทนก่อน</li>
<li>บูทด้วยแผ่น iBoot จะเห็นสองตัว เป็น iBoot อันนึง แล้วก็เป็น HDD อันนึง เลือกที่ HDD แล้วพิมพ์ <strong>-v -f </strong>แล้ว Enter</li>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone" src="http://upic.me/i/ny/ibootsl.jpg" alt="" width="320" height="263" /></p>
<li>ภาวนา ภาวนา และภาวนา ให้สามารถบูทติด จะเจอหน้า Setup OSX เหมือนในรูปแรก ก็จัดการใส่ Information ตั้งค่าอะไรให้เรียบร้อย มาถึงจุดนี้ แสดงว่าจุดประสบความสำเร็จไปแล้ว 50% ครับ ดีใจด้วย<strong>หลังจากบูทมาแล้ว คุณจะสังเกตได้ถึงสิ่งเหล่านี้</strong>
<ul>
<li>USB จะยังใช้งานไม่ได้ ถ้าคุณต่อเมาท์ USB อยู่ก็จะใช้งานไม่ได้</li>
<li>คีย์บอร์ดสามารถพิมพ์ได้ TouchPad สามารถใช้งานได้</li>
<li>จอภาพได้ Resolution 1366 x 768 สมบูรณ์ แต่ยังไม่เห็นชื่อการ์ดจอ และยังต่อ HDMI ไม่ได้</li>
<li>เสียงติด แต่ไมค์จะยังใช้งานไม่ได้</li>
<li>การ์ดรีดเดอร์จะยังใช้งานไม่ได้</li>
<li>LAN สามารถใช้งานได้</li>
<li>Wireless ยังไม่สามารถใช้งานได้</li>
</ul>
</li>
<li>โอเค มาเริ่ม Patch กัน ให้เข้าไปโหลด <a href="http://www.tonymacx86.com/Public/MultiBeast.zip">MultiBeats</a> มาซะ รันมันแล้วกด Next ไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าเลือกติดตั้งต่างๆ ให้เลือกติดตั้งแค่ Kext Utility เท่านั้น (อยู่ Option ล่างสุดเลย Advance มั้ง) จากนั้นก็ Reboot</li>
<li>บูทกลับมาด้วยแผ่น iBoot ด้วยวิธีเดิมดังข้อ 14</li>
<li>จากนั้นให้โหลดไฟล์ To_try_for_3400.zip ที่กล่าวไว้ข้างต้น ให้เข้าไปที่ /MyCom/Extra ให้ลบไฟล์ในนี้ทิ้งไปให้หมด (ดูไฟล์ให้ดี มันจะคล้ายๆ กับในไฟล์ To_try_for_3400) จากนั้นให้เอาไฟล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์ Extra ไปใส่แทนที่เดิมซะ จากนั้น Copy ไฟล์ <strong>AppleHDA.kext </strong>ไปไว้ที่ /system/library/extension ทับของเดิมซะ (เพื่อความปลอดภัยให้ Backup ของเก่าไว้ก่อนด้วยนะครับ)</li>
<li>หลังจากวางไฟล์ทับเรียบร้อยแล้ว ให้เปิดโปรแกรม Kext Utility ขึ้นมา ไม่ต้องทำอะไร รอเฉยๆ จนมันทำจนเสร็จแล้วกด Quit ออกมา แล้ว Reboot โลด</li>
<li>บูทกลับมาด้วยแผ่น iBoot ด้วยวิธีเดิมดังข้อ 14 เมื่อเข้ามาจะพบความเปลี่ยนแปลงคือ
<ul>
<li>USB จะใช้งานได้แล้ว</li>
<li>เมื่อเข้าไปดู System Profile จะเห็นว่าเห็น GPU เป็น Nvidia 330m แล้ว แถมต่อจอผ่านสาย HDMI ได้แล้วด้วย</li>
<li>เสียงติด และสามารถใช้งานไมค์ได้</li>
<li>ใช้ Camera Webcam ได้แล้ว</li>
<li>Wireless ยังใช้ไม่ได้เหมือนเดิม ทำใจครับ (Dell 1520)</li>
</ul>
</li>
<li>ต่อไปเราจะมาอัพเกรดเป็น 10.6.4 ให้โหลดจากนี่ไปโลด <a href="http://support.apple.com/downloads/DL1048/en_US/MacOSXUpdCombo10.6.4.dmg">Mac OS X 10.6.4 Combo Update</a></li>
<li>เริ่มทำการลง โดยให้เปิดโปรแกรม MultiBeats ขึ้นมา เปิดขึ้นมาเฉยๆ แล้วทิ้งไว้เช่นนั้น ไม่ต้องกดอะไรนะครับ</li>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone" src="http://upic.me/i/dr/2windows.png" alt="" width="320" height="240" /></p>
<li>จากนั้นทำการดับเบิ้ลคลิกไฟล์ MacOSXUpdCombo10.6.4.dmg และติดตั้งไปตามขั้นตอนเลยครับ จนเสร็จ ถึงหน้าให้ Reboot <strong>ห้ามกด Reboot โดยเด็ดขาด</strong></li>
<li>กลับมาที่หน้าต่างโปรแกรม MultiBeats ที่เปิดค้างเอาไว้ คลิกจนมาถึงหน้าเลือก Install ให้เลือกดังนี้คือ
<ul>
<li>ติ๊กเลือก EasyBeasts</li>
<li>UseDSDT ไม่ต้องเลือก</li>
<li>ติ๊กเลือก System Utility (เลือกอันย่อยทั้งสองอัน)</li>
<li>Advance Option ไม่ต้องเลือก</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://upic.me/i/07/screenshot2010-09-12at11.29.00am.png" alt="" width="400" height="297" /></p>
</li>
<li>หลังจากติดตั้งเสร็จเรียบร้อยก็ Reboot โลด ครั้งนี้ให้บูทโดยเอาแผ่น iBoot ออก และบูทแบบปกติ ไม่ต้องใส่ Option แต่อย่างใด (แต่ถ้ายังบูทไม่ได้ ก็ให้ใส่ -v -f เช่นเดิม ถ้ายังไม่ได้อีก ลองบูทด้วยแผ่น iBoot และกลับไปลงตามข้อ 21 อีกครั้ง)</li>
<li>หลังจากบูทแล้วจะพบความเปลี่ยนแปลงดังนี้
<ul>
<li>เสียงจะหาย</li>
<li>คีย์บอร์ดพิมพ์ไม่ได้</li>
</ul>
</li>
<li>ไม่ต้องตกใจครับ ให้ไปต่อ Keyboard USB เอาก่อน เมื่อเข้ามา ทำงานได้แล้ว ให้ย้อนกลับไปทำเหมือนข้อ 18-19 คือ เอาไฟล์ใน To_try_for_3400.zip แล้วรัน Kext Utility ซะ จากนั้น Reboot</li>
<li>เปิดมาใหม่ จะพบว่าสามารถใช้งานได้สมบูรณ์แทบทุกอย่าง โดยจะมีสิ่งที่ใช้ไม่ได้ดังนี้
<ul>
<li>Wireless ใช้งานไม่ได้ หากต้องการใช้งาน จะต้องเปลี่ยน Wireless Module เป็นตัวที่รองรับ</li>
<li>Finger Print ใช้งานไม่ได้ เนื่องจากไม่มี Software รองรับ</li>
<li>VGA Port ไม่สามารถใช้ต่อจอได้ แต่สามารถใช้ HDMI Port แทนได้</li>
<li>ไม่สามารถ Sleep ได้ เพราะมันจะไม่ตื่น แนะนำว่าอย่าลองทำ หลอนมาก</li>
<li>Touchpad สามารถใช้งานได้แค่ Basic Fn สามารถใช้สองนิ้วเพื่อ Scroll ได้ แต่ไม่สามารถใช้ Zoom in/Zoom out ได้</li>
<li>ไม่สามารถปรับความสว่างของจอได้เมื่อบูทเข้า OSX แล้ว (สามารถปรับได้ก่อนบูทเข้า OSX)</li>
<li>กล้องและไมค์สามารถใช้งานได้แล้ว Facetime ได้สบายๆครับ</li>
</ul>
</li>
</ol>
<p>จบเรียบร้อยครับ สำหรับการลง Snow Leopard บน เครื่อง Dell Vostro V3400 ขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยาก ไม่เหมาะสำหรับมือใหม่มากนัก แต่หลังจากได้ลองแล้ว พบว่ามันเวิคมาก สามารถใช้งาน Facetime ได้ชัดแจ๋ว การใช้งานอื่นๆ ทำได้รวดเร็ว การ์ดจอแรงครับ ส่วนตัวผมเอง ผมลงเอาไว้ใน HDD อีกลูก และเมื่อต้องการจะบูท ผมใช้วิธีต่อผ่าน Ext.HDD Box แบบ e-Sata พบว่าสามารถทำงานได้เร็วอย่างน่าพอใจ โดยไม่ต้องงะดแงะ แกะ HDD ออกจากเครื่องบ่อยๆ สำหรับใครที่อยากลองลง 2 OS ใน HDD ลูกเดียวกัน ก็ลองๆ เล่นๆ ดูครับ เผื่อจะเจอวิธีที่มันเวิค ผมเองก็ขอเอาใจช่วยครับ หากท่านใดมีข้อสงสัยในการลงสามารถติดต่อถามผมได้ทาง Twitter <a href="http://twitter.com/bongbank">@bongbank</a> ผมไม่ขอคอนเฟิมในการนำวิธีนี้ไปลงบนเครื่องยี่ห้ออื่น รุ่นอื่นนะครับ เนื่องจากมีไดร์ฟเวอร์คนละตัว อาจจะใช้วิธีที่ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างสูงในการลอง และอ่าน Forum จากต่างประเทศครับ ยังไงก็ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการใช้งาน OSX บนเครื่อง Laptop นะครับ ^^</p>
<p><strong>อ้างอิง</strong></p>
<p><a href="http://tonymacx86.blogspot.com/2010/04/iboot-multibeast-install-mac-os-x-on.html">http://tonymacx86.blogspot.com/2010/04/iboot-multibeast-install-mac-os-x-on.html</a></p>
<p><a href="http://www.insanelymac.com/forum/index.php?showtopic=218051&amp;st=280">http://www.insanelymac.com/forum/index.php?showtopic=218051&amp;st=280</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bongbank.net/review/mac-osx-on-dell-vostro-3400/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>My New Notebook : Dell Vostro V3400 RED</title>
		<link>http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400</link>
		<comments>http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Apr 2010 04:06:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bongbank</dc:creator>
				<category><![CDATA[Review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bongbank.net/?p=231</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งได้ฤกษ์ถอยโน๊ตบุคใหม่มาสดๆ ร้อนๆ เนื่องจากว่ายก Timeline 3810TG ให้น้องสาวไป อีกทั้งยังแยกชิ้นส่วนขาย PC สุดเลิฟที่ใช้ๆ อัพเกรดมาเรื่อยๆ ตลอด 4 ปี ทิ้งไป เพื่อเอาเงินมาซื้อโน๊ตบุคแทน เหตุผลที่เปลียนใช้มาใช้โน๊ตบุคอย่างจริงๆ จังๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ PC + Netbook มาตลอดมีดังนี้ สเปคมันล่อตาล่อใจมากๆ ในราคาที่ค่อนข้างคุ้ม เริ่มต้นชีวิตการทำงานแล้ว ไม่ได้สิงอยู่แต่หอเหมือนเก่า ถ้าใช้ PC มันก็ต้องตั้งไว้เฉพาะที่หอ มันทำให้ลำบากเวลาโยกย้ายข้อมูล โน๊ตบุค Timeline เครื่องเก่า CPU มันกาก (SU3500) ขัดใจพ่อง มาอยู่หอที่กรุงต้องจ่ายค่าห้อง ค่าไฟเอง ใช้ PC มันเปลืองไฟ น้องจะซื้อโน๊ตบุคใหม่พอดี เลยยัดเยียดเครื่องเก่าไปให้มันซะ (แต่ก็แรงอยู่นา ถ้าไม่ได้ใช้โหดบ้าแบบเรา) มองไปมองมา ตัดสินใจไม่นานหรอก อันที่จริงแล้ว ก็กะว่าจะใช้ Timeline ไปพรางๆ แล้วค่อยรอซื้อ Macbook Pro [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพิ่งได้ฤกษ์ถอยโน๊ตบุคใหม่มาสดๆ ร้อนๆ เนื่องจากว่ายก Timeline 3810TG ให้น้องสาวไป อีกทั้งยังแยกชิ้นส่วนขาย PC สุดเลิฟที่ใช้ๆ อัพเกรดมาเรื่อยๆ ตลอด 4 ปี ทิ้งไป เพื่อเอาเงินมาซื้อโน๊ตบุคแทน เหตุผลที่เปลียนใช้มาใช้โน๊ตบุคอย่างจริงๆ จังๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ PC + Netbook มาตลอดมีดังนี้<span id="more-231"></span><a rel="attachment wp-att-247" href="http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/attachment/007-2"><br />
</a></p>
<ol>
<li>สเปคมันล่อตาล่อใจมากๆ ในราคาที่ค่อนข้างคุ้ม</li>
<li>เริ่มต้นชีวิตการทำงานแล้ว ไม่ได้สิงอยู่แต่หอเหมือนเก่า ถ้าใช้ PC มันก็ต้องตั้งไว้เฉพาะที่หอ มันทำให้ลำบากเวลาโยกย้ายข้อมูล</li>
<li>โน๊ตบุค Timeline เครื่องเก่า CPU มันกาก (SU3500) ขัดใจพ่อง</li>
<li>มาอยู่หอที่กรุงต้องจ่ายค่าห้อง ค่าไฟเอง ใช้ PC มันเปลืองไฟ</li>
<li>น้องจะซื้อโน๊ตบุคใหม่พอดี เลยยัดเยียดเครื่องเก่าไปให้มันซะ (แต่ก็แรงอยู่นา ถ้าไม่ได้ใช้โหดบ้าแบบเรา)</li>
</ol>
<p>มองไปมองมา ตัดสินใจไม่นานหรอก อันที่จริงแล้ว ก็กะว่าจะใช้ Timeline ไปพรางๆ แล้วค่อยรอซื้อ Macbook Pro i5 แต่ก็อดใจไม่ไหว แล้วไปสะดุดเจอสเปคของ Dell รุ่นหนึ่ง ซึ่งโฮกมากๆ ก็เลย จัดการศึกษาข้อมูล จนสุดท้ายก็อัพสเปคท๊อปสุดของรุ่นนี้เพื่อเตรียมขอ Quotation</p>
<ul>
<li>Intel(R) Core(TM) i5-520M (2.40GHz base, up to 2.93GHz, 2C/4T, 3MB L3)</li>
<li>Genuine  Windows(R) 7 Profressional 32bit (English)</li>
<li>4GB Dual-channel 1333MHz  DDR3 SDRAM</li>
<li>2.5&#8221; 500GB 7200RPM SATA Hard Drive Free Fall Senser</li>
<li>Vostro  3300 NVIDIA(R) Geforce(TM) 310M, 512MB Graphics</li>
<li>90W Primary AC  Adapter</li>
<li>Targus Primo backpack 15.6&#8243; &#8212; <span style="color: #ff0000;">แถมกระเป๋าให้ด้วยสำหรับรุ่นท๊อป สวยมาก!</span></li>
<li>Targus Cord-Storing Optical  Mouse &#8212; <span style="color: #ff0000;">แถมเมาท์มาให้สำหรับรุ่นท๊อป โอเคดี แต่ไม่ค่อนถูกมือ ใช้ตัวเดิมไปก่อน</span></li>
<li>Internal Dell(TM) Backlit Keyboard (Thai) &#8212; <span style="color: #ff0000;">ชอบมากๆ คีย์บอร์ดแบบมีไฟ เปิด-ปิดได้ สามระดับ เหมือน Macbook เลย</span></li>
<li>1 Yr Next  Business Day Onsite Service</li>
</ul>
<p>สั่งของไปเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ได้ใบ Quotation มาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ชำระเงินผ่านบัตรเครดิตเอา สะดวกง่ายดี โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของทาง Dell Thailand โทรมาสอบถามข้อมูลเพื่อตัดบัตร แต่!!!!! เค้าบอกว่า รุ่นสีแดงนั่นยังไม่มีของมา กล่าวคือ มีเฉพาะสีเงินสำหรับตอนนี้ โฮกกกก สีเงินก็แบบคล้ายๆ Timeline ตัวเก่าเราอ่ะดิ เราอยากได้สีแดงมากกว่า ซึ่งเค้าบอกว่าต้องรอของ ก็คงต้องรอ 3-4 อาทิตย์ โอ้ว!!!! เจ๊ดเข้!! ซื้อวันนี้ได้รับของเดือนหน้า อะไรกันฟะเนี่ย ส่วนถ้าเลือกเอาสีเงินก็จะได้รับของภายใน 1-2 อาทิตย์ เพราะสั่งประกอบได้เลย เฮ้อ เกือบตัดสินใจเอาสีเงินไปแล้ว เพราะอยากใช้เร็วๆ แต่ก็ระงับกิเลส เลือกเอาเป็นสีแดงดีกว่า เพราะว่าต้องอยู่กินกับมันไปอีกนานแน่ๆ รอแค่นี้รอหน่อยเหอะ</p>
<p>เราก็คิดไว้แน่ๆ ว่า คงได้เครื่องหลังสงกรานต์แน่ๆ แต่แล้ว หลังจากตามเชค Status อยู่ในเว้บ Dell ทุกวันก็ได้ค้นพบว่า!!!</p>
<p>มันเปลี่ยนสถานะจนได้แหะ</p>
<div id="attachment_232" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-232" href="http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/attachment/001"><img class="size-full wp-image-232" title="001" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/04/001.jpg" alt="" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">ส่งมาแล้ว 3 กล่อง ขนาดไม่ใหญ่มาก มาส่งให้ถึงที่เลย</p></div>
<div id="attachment_233" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-233" href="http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/attachment/002"><img class="size-full wp-image-233" title="002" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/04/002.jpg" alt="" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">เฉพาะตัวกล่องโน๊ตบุค</p></div>
<p style="text-align: center;">
<div id="attachment_234" class="wp-caption aligncenter" style="width: 460px"><a rel="attachment wp-att-234" href="http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/attachment/003"><img class="size-full wp-image-234" title="003" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/04/003.jpg" alt="" width="450" height="600" /></a><p class="wp-caption-text">กระเป๋าและเมาท์ของ Targus ที่แถมมาให้ สวยดีทีเดียว</p></div>
<div id="attachment_235" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-235" href="http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/attachment/004"><img class="size-full wp-image-235" title="004" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/04/004.jpg" alt="" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">ออฟชั่นที่แถมมาในกล่อง</p></div>
<div id="attachment_236" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-236" href="http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/attachment/005"><img class="size-full wp-image-236" title="005" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/04/005.jpg" alt="" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">แผ่น CD ที่แถมมาให้ เยอะฉิบ</p></div>
<div id="attachment_237" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-237" href="http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/attachment/006"><img class="size-full wp-image-237" title="006" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/04/006.jpg" alt="" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">ประกอบร่างแบต เตรียมเปิดเครื่อง แบตมันไม่หนักมาก</p></div>
<div id="attachment_238" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-238" href="http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/attachment/007"><img class="size-full wp-image-238" title="007" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/04/007.jpg" alt="" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">ฝาหน้า หึหึ สีแดง!!!</p></div>
<div id="attachment_239" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-239" href="http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/attachment/008"><img class="size-full wp-image-239" title="008" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/04/008.jpg" alt="" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">ที่มาของความแรง i5 และ Windows7 แท้</p></div>
<div id="attachment_240" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-240" href="http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/attachment/009"><img class="size-full wp-image-240" title="009" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/04/009.jpg" alt="" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">สภาพหน้าเครื่องกับจอ 14 นิ้ว</p></div>
<div id="attachment_241" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-241" href="http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/attachment/010"><img class="size-full wp-image-241" title="010" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/04/010.jpg" alt="" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">Windows7 ที่ Dell Customize มาให้ Theme สีดำ สวยมากๆ</p></div>
<div id="attachment_242" class="wp-caption aligncenter" style="width: 570px"><a rel="attachment wp-att-242" href="http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/attachment/7oxku"><img class="size-full wp-image-242   " title="7oxku" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/04/7oxku.jpg" alt="" width="560" height="422" /></a><p class="wp-caption-text">Backlit Keyboard</p></div>
<div id="attachment_243" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-243" href="http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/attachment/011"><img class="size-full wp-image-243" title="011" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/04/011.jpg" alt="" width="600" height="450" /></a><p class="wp-caption-text">แปลงร่างให้มันอีกนิดหน่อย อิอิ</p></div>
<p>ความแรง เด๋วต้องดูอีกที ว่าจะทำงานได้ทนไม้ทนมือผมได้ซักแค่ไหน ฮาๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bongbank.net/review/dell-vostro-v3400/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Review ThaiWitter : Twitter client สัญชาติไทย</title>
		<link>http://www.bongbank.net/review/thaiwitter</link>
		<comments>http://www.bongbank.net/review/thaiwitter#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Mar 2010 09:32:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bongbank</dc:creator>
				<category><![CDATA[Review]]></category>
		<category><![CDATA[Twitter]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bongbank.net/?p=201</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้อยากจะเขียนเรื่อง Twitter Client ที่ตัวเองใช้ซักหน่อย เนื่องจากตัวเองเป็นคนที่ Twitter Addict หรือหมายถึง ติดทวิตเตอร์นั่นเอง การเลือกเครื่องมือที่จะใช้ทวีตจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้เราทวีตได้กระจุยกระจายอย่างที่เราต้องการ แรกๆ นั้นผมเองก็ได้ใช้เจ้า TwitterFox (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น EchoFon) เป็นหลัก แต่พอหลังๆ เริ่มรำคาณมันตรงที่ว่าต้องเปิด Firefox เอาไว้ตลอด แถมหน้าต่างจอยังเล็กไม่สะใจ และก็ได้ไปรู้จักกับ Twitter Client สัญชาติไทย ที่สร้างขึ้นโดยเด็กไทย ก็เลยลองใช้งานดู สรุปว่าโดน!!! ก็เลยใช้มานานพอสมควรแล้ว จะเป็นยังไงเราไปดูกันดีกว่าครับ จะเห็นได้ว่าหน้าจอโปรแกรมค่อนข้างใช้งานได้ง่าย รายการ Timline จะเรียงจาก บนลงล่างมาเรื่อยๆ และมีช่องพิมพ์สำหรับให้เรา Tweet อยู่ด้านล่าง มีเมนูการตั้งค่าต่างๆ และแถบสถานะอยู่ด้านบน เราไปเจาะลึกกันเลยดีกว่าครับ เริ่มต้นใช้งาน ThaiWitter ในการเริ่มต้นใช้งานก็ง่ายมากครับ เข้าไปที่เว็บไซต์ http://tw.dt.in.th/ เราสามารถเลือกใช้งานได้หลักๆ 2 แบบ คือ ผ่านทาง Prism โดยคุณจะต้องติดตั้ง Prism [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้อยากจะเขียนเรื่อง Twitter Client ที่ตัวเองใช้ซักหน่อย เนื่องจากตัวเองเป็นคนที่ Twitter Addict หรือหมายถึง ติดทวิตเตอร์นั่นเอง การเลือกเครื่องมือที่จะใช้ทวีตจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้เราทวีตได้กระจุยกระจายอย่างที่เราต้องการ <span id="more-201"></span>แรกๆ นั้นผมเองก็ได้ใช้เจ้า TwitterFox (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น EchoFon) เป็นหลัก แต่พอหลังๆ เริ่มรำคาณมันตรงที่ว่าต้องเปิด Firefox เอาไว้ตลอด แถมหน้าต่างจอยังเล็กไม่สะใจ และก็ได้ไปรู้จักกับ Twitter Client สัญชาติไทย ที่สร้างขึ้นโดยเด็กไทย ก็เลยลองใช้งานดู สรุปว่าโดน!!! ก็เลยใช้มานานพอสมควรแล้ว จะเป็นยังไงเราไปดูกันดีกว่าครับ</p>
<div id="attachment_202" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-202" href="http://www.bongbank.net/review/thaiwitter/attachment/ss_020"><img class="size-full wp-image-202 " title="ThaiWitter Screen" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/03/SS_020.jpg" alt="ThaiWitter Screen" width="600" height="440" /></a><p class="wp-caption-text">หน้าจอโปรแกรม ThaiWitter ขณะใช้งาน</p></div>
<p>จะเห็นได้ว่าหน้าจอโปรแกรมค่อนข้างใช้งานได้ง่าย รายการ Timline จะเรียงจาก บนลงล่างมาเรื่อยๆ และมีช่องพิมพ์สำหรับให้เรา Tweet อยู่ด้านล่าง มีเมนูการตั้งค่าต่างๆ และแถบสถานะอยู่ด้านบน เราไปเจาะลึกกันเลยดีกว่าครับ</p>
<h2>เริ่มต้นใช้งาน ThaiWitter</h2>
<p>ในการเริ่มต้นใช้งานก็ง่ายมากครับ เข้าไปที่เว็บไซต์ <a href="http://tw.dt.in.th/" target="_blank">http://tw.dt.in.th/</a> เราสามารถเลือกใช้งานได้หลักๆ 2 แบบ คือ</p>
<div id="attachment_203" class="wp-caption aligncenter" style="width: 580px"><a rel="attachment wp-att-203" href="http://www.bongbank.net/review/thaiwitter/attachment/thaiwitter_1267693186070"><img class="size-full wp-image-203  " title="thaiWitter_1267693186070" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/03/thaiWitter_1267693186070.png" alt="" width="570" height="306" /></a><p class="wp-caption-text">หน้าตาหน้าเว็บ แสดงการติดตั้ง ThaiWitter สู่เครื่อง</p></div>
<ol>
<li>ผ่านทาง Prism โดยคุณจะต้องติดตั้ง Prism เสียก่อน โดยสามารถติดตั้งผ่าน Add-on ของ Firefox ได้ทันที แล้วใช้งานผ่านเจ้าตัวนี้ ซึ่งสามารถใช้งานได้ทุก OS ทั้ง Windows , Mac หรือ Linux ขอเพียงแค่ OS นั้นสามารถลง Firefox ได้ ก็ใช้งานได้เกือบหมด</li>
<li>ดาวโหลด และใช้งานผ่าน Portable App ที่ทางเจ้าของได้ทำเอาไว้ สำหรับ Windows เท่านั้น (แนะนำให้ใช้แบบนี้สำหรับมือใหม่ จะง่ายกว่า)</li>
</ol>
<p>ผมจะแนะนำโดยวิธีที่สองล่ะกันนะครับ</p>
<p>หลังจากดาวโหลดมาเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้ไฟล์ thaiWitterPortable.test.win32.zip มา จัดการคลาย Zip ซะ จนได้โฟลเดอร์มา แล้วเปิดเข้าไป คลิกที่ thaiWitterPortable.bat มันก็จะเรียก หน้าต่าง cmd ออกมา แล้วก็จะทำการเปิด ThaiWitter ขึ้นมาทันที (ส่วนไอหน้า cmd ว่างๆ นั้นก็ปิดทิ้งไปซะ) จากนั้นจะเจอหน้าต่างให้ Login ดังรูป</p>
<div id="attachment_204" class="wp-caption aligncenter" style="width: 609px"><a rel="attachment wp-att-204" href="http://www.bongbank.net/review/thaiwitter/attachment/ss_019"><img class="size-full wp-image-204  " title="SS_019" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/03/SS_019.jpg" alt="" width="599" height="402" /></a><p class="wp-caption-text">หน้า Login ผ่าน oAuthen</p></div>
<p>หลังจากที่ทำการล๊อกอินเรียบร้อยแล้ว คุณก็จะเข้าสู่หน้าจอโปรแกรม ThaiWitter อย่างสมบูรณ์!</p>
<h2>แนะนำเมนูต่างๆ ของ ThaiWitter</h2>
<p>หลังจากติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เรามาทำความรู้จักเมนูต่างๆ ที่ ThaiWitter สามารถปรับแต่งได้กันดีกว่าครับ</p>
<div id="attachment_205" class="wp-caption aligncenter" style="width: 598px"><a rel="attachment wp-att-205" href="http://www.bongbank.net/review/thaiwitter/attachment/ss_021"><img class="size-full wp-image-205 " title="SS_021" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/03/SS_021.jpg" alt="" width="588" height="18" /></a><p class="wp-caption-text">Top Menu</p></div>
<ul>
<li>Refresh &#8211; เอาไว้สำหรับ Refresh Timeline ของเรา (สามารถใช้คีย์ลัดด้วยปุ่ม Ctrl + r ได้)</li>
<li>Retweet &#8211; เอาไว้ Retweet ข้อความที่แถบสีของเราเลือกเอาไว้อยู่ (สามารถใช้คีย์ลัดด้วยปุ่ม Ctrl + t ได้)</li>
<li>Reply &#8211; เอาไว้ Reply ตอบกลับข้อความที่แถบสีของเราเลือกเอาไว้อยู่ (สามารถใช้คีย์ลัดด้วยปุ่ม Ctrl + y ได้)</li>
<li>Fave &#8211; เอาไว้ Favorite ข้อความที่แถบสีของเราเลือกเอาไว้อยู่ (สามารถใช้คีย์ลัดด้วยปุ่ม Ctrl + e ได้)</li>
<li>v (สามเหลี่ยมหัวทิ่ม) &#8211; เป็นเมนูย่อยสำหรับปรับตั้งค่าต่างๆ เดี๋ยวจะอธิบายรายละเอียดอีกที</li>
<li>279/384 &#8211; หมายถึง ทวีตที่เราอ่านไปแล้ว/ทวีตทั้งหมดที่อยู่ในหน้า Timeline ของเรา</li>
<li>140 &#8211; ตัวเลขสำหรับนับตัวอักษรของเราที่เราพิมพ์ไป ซึ่ง Twitter จำกัดการพิมพ์อยู่ที่ 140 ตัวอักษร/ทวีต ตัวนี้จะลดลงเรื่อยๆ เมื่อเราพิมพ์ข้อความ (อย่าให้มันติดลบ ไม่งั้นจะทวีตไม่ได้)</li>
</ul>
<h2>การทวีตข้อความ</h2>
<p>ง่ายๆเลย พิมพ์ข้อความในแถบด้านล่างจากนั้นกด Enter</p>
<div id="attachment_206" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a rel="attachment wp-att-206" href="http://www.bongbank.net/review/thaiwitter/attachment/ss_022"><img class="size-full wp-image-206 " title="SS_022" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/03/SS_022.jpg" alt="" width="600" height="438" /></a><p class="wp-caption-text">หน้าตาหลังจากส่งข้อความทวีตแล้ว</p></div>
<p>ถ้าขึ้นเขียวๆ แสดงว่าส่งได้ แต่ถ้าขึ้น Error แดงๆ มาแสดงว่าระบบอาจจะมีปัญหา รอซักพักแล้วค่อยทวีตใหม่อีกที</p>
<h2>Option Menu</h2>
<p>ในส่วนการตั้งค่าดังรูป กดที่ สามเหลี่ยมหัวทิ่มก็จะขึ้นมา โดยจะแบ่งเป็น 4 หน้าด้วยกัน</p>
<ol>
<li>Options &#8211; เป็นการตั้งค่าโปรแกรมต่างๆ</li>
<li>Help &#8211; แทบช่วยเหลือ โดยจะบอก Key ลัดที่สามารถทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น</li>
<li>About &#8211; เกี่ยวกับผู้พัฒนาโปรแกรม</li>
<li>Clear &#8211; เป็นการสั่งเคลียร์หน้า Timeline ของเราใหม่ กดปุ๊บ ก็จะ โหลดหน้า Timeline เราขึ้นมาใหม่</li>
</ol>
<div id="attachment_207" class="wp-caption aligncenter" style="width: 284px"><a rel="attachment wp-att-207" href="http://www.bongbank.net/review/thaiwitter/attachment/ss_023"> <img class="size-full wp-image-207" title="SS_023" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/03/SS_023.jpg" alt="" width="274" height="362" /></a><p class="wp-caption-text">Option Menu</p></div>
<ul>
<li>Popup Notification &#8211; เป็นการตั้งค่าการแจ้งเตือนว่าจะให้เตือนเมื่อใดบ้าง แนะนำให้เลือกเป็น Only Mention หมายถึงให้ Popup ขึ้นมาเตือนเฉพาะข้อความที่ Mention ถึงเราเท่านั้น</li>
<li>Refresh Rate &#8211; เป็นการกำหนดว่าจะให้หน้า Timeline ของเรา Auto Refresh ทุกกี่วินาที แล้วแต่จะตั้งเลย</li>
<li>Refresh On Tweet &#8211; ตั้งค่าให้ Refresh Timeline เมื่อเรามีการทวีต</li>
<li>Auto Login &#8211; เลือกเป็น On ซะ ถ้าไม่อยากล๊อกอินทุกครั้งที่เราเปิดโปรแกรม</li>
<li>Show Client &#8211; แสดงชื่อ Client ของทวีตคนอื่นว่าเขาทวีตด้วยอะไร</li>
<li>Show in Reply &#8211; แสดง Reply to ของทวีตคนอื่นให้เราทราบว่าเขาตอบกลับมาจากข้อความไหน</li>
<li>Auto Scroll &#8211; มันจะเลื่อนมาอยู่ทวีตสุดท้ายเสมอ แนะนำให้ Off เอาไว้</li>
<li>Use Retweet API &#8211; จะใช้งาน API สำหรับ RT แบบใหม่ของ Twitter แนะนำให้เปิดเอาไว้ก็ดี</li>
</ul>
<p>นอกจากนี้ ด้านล่างยังมี New Windows กับ More อีกโดยที่</p>
<p><strong>New Windows</strong></p>
<div id="attachment_208" class="wp-caption aligncenter" style="width: 285px"><a rel="attachment wp-att-208" href="http://www.bongbank.net/review/thaiwitter/attachment/ss_024"><img class="size-full wp-image-208" title="SS_024" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/03/SS_024.jpg" alt="" width="275" height="231" /></a><p class="wp-caption-text">หน้า New Windows</p></div>
<ul>
<li>New Mentions Window &#8211; เปิดหน้าต่างมาอีกหน้าต่าง ที่แสดงเฉพาะข้อความ Mention ถึงเรา</li>
<li>New DM. Window &#8211; เปิดหน้าต่างมาอีกหน้าต่าง ที่แสดงเฉพาะข้อความ Direct Message ถึงเรา</li>
<li>New Favorites Window &#8211; เปิดหน้าต่างมาอีกหน้าต่าง ที่แสดงเฉพาะข้อความที่เราทำการ Fav เอาไว้</li>
<li>New Search Window &#8211; เปิดหน้าต่างขึ้นมาอีกหน้าต่าง โดยจะค้นหาข้อความตามที่เราได้พิมพ์เอาไว้ในช่องทวีตจาก Public Timeline</li>
</ul>
<p><strong>More</strong></p>
<div id="attachment_209" class="wp-caption aligncenter" style="width: 284px"><a rel="attachment wp-att-209" href="http://www.bongbank.net/review/thaiwitter/attachment/ss_025"><img class="size-full wp-image-209" title="SS_025" src="http://www.bongbank.net/wp-uploads/2010/03/SS_025.jpg" alt="" width="274" height="184" /></a><p class="wp-caption-text">More Menu</p></div>
<p>ในหน้านี้สามารถกดเพื่อทำ Shorten URLs ของ bit.ly ได้ แต่ให้สะดวกก็สามารถกด Ctrl + s ได้เลยในช่องทวีตของเรา สามารถอัพรูปเข้า yfrog ได้ทันทีผ่านหน้านี้ เป็นต้น</p>
<p>ก็จบไปแล้วสำหรับการรีวิวโปรแกรม Twitter Client ฝีมือเด็กไทย ยังไงก็ลองใช้ดูกันนะครับ เผื่อจะติดใจแบบผม ^^</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bongbank.net/review/thaiwitter/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>HTC Desire with SenseUI On My Nexus One</title>
		<link>http://www.bongbank.net/nexus-one/htc-desire-on-nexus1</link>
		<comments>http://www.bongbank.net/nexus-one/htc-desire-on-nexus1#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 21 Feb 2010 22:11:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bongbank</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nexus One]]></category>
		<category><![CDATA[Review]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bongbank.net/?p=75</guid>
		<description><![CDATA[เนื่องจากว่านาย Paul (MoDaCo) ได้ทำการ Leak ตัวรอมตัวนี้ ซึ่งเป็น Rom ของ HTC Desire (ชื่อเดิม Bravo) ออกมายัดใส่เจ้า Google Nexus One (ลูกรัก) ผมจะได้ลองนำมาเล่นบ้าง โดยการเอามายัดใส่ Nexus One เครื่องผม แล้วนำมารีวิวให้ดู อนึ่งก็คิดว่าเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจให้หลายๆ คนที่ลังเลที่จะจับจองเป็นเจ้าของ Android รุ่นใหม่ๆ ที่จะออกมาในอนาคต ได้เห็นประสบการณ์แปลกตาไปอีกแบบจาก Android ตัวเดิมๆ เนื่องจากว่า Rom ของ HTC Desire และอีกหลายๆ รุ่นที่จะออกตามมาในอนาคต จะมาพร้อมกับ Android 2.1 แถมด้วย HTC Sense UI ที่ทาง HTC ได้ทำการพัฒนาขึ้นเอง ทำให้เพิ่มความสามารถหลายๆ อย่างให้ Android มีความน่าใช้มากขึ้น (แต่โดยส่วนตัวผมก็คิดว่าบางอย่างมันก็ไม่ได้ดีไปซะทั้งหมดนะ) ผมจะพยายามรีวิว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เนื่องจากว่านาย Paul (MoDaCo) ได้ทำการ Leak ตัวรอมตัวนี้ ซึ่งเป็น Rom ของ HTC Desire (ชื่อเดิม Bravo) ออกมายัดใส่เจ้า Google Nexus One (ลูกรัก) ผมจะได้ลองนำมาเล่นบ้าง โดยการเอามายัดใส่ Nexus One เครื่องผม แล้วนำมารีวิวให้ดู <span id="more-75"></span>อนึ่งก็คิดว่าเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจให้หลายๆ คนที่ลังเลที่จะจับจองเป็นเจ้าของ Android รุ่นใหม่ๆ ที่จะออกมาในอนาคต ได้เห็นประสบการณ์แปลกตาไปอีกแบบจาก Android ตัวเดิมๆ เนื่องจากว่า Rom ของ HTC Desire และอีกหลายๆ รุ่นที่จะออกตามมาในอนาคต จะมาพร้อมกับ Android 2.1 แถมด้วย HTC Sense UI ที่ทาง HTC ได้ทำการพัฒนาขึ้นเอง ทำให้เพิ่มความสามารถหลายๆ อย่างให้ Android มีความน่าใช้มากขึ้น (แต่โดยส่วนตัวผมก็คิดว่าบางอย่างมันก็ไม่ได้ดีไปซะทั้งหมดนะ) ผมจะพยายามรีวิว โดยอธิบายและเน้นรูปภาพเป็นหลักนะครับ</p>
<p><span style="color: #ff0000;">ปล.Rom ตัวที่ผมนำมาทดสอบนั่น ยังเป็น Alpha Version อยู่ ดังนั้น Rom ตัวนี้จึงยังไม่เหมาะในการใช้งานจริงด้วยประการใดๆ นะครับ เพราะยังมีปัญหาอยู่พอสมควรเลย</span></p>
<p>หลังจากที่ลงเสร็จแล้ว Boot Screen จากเดิมที่เป็นสัญลักษณ์ Nexus One สวยๆ ก็จะถูกแทนที่ด้วย Logo ของ HTC จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้าจอการตั้งค่าพื้นฐานต่างๆ ประกอบด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone" src="http://upic.me/i/6l/8dm01.jpg" alt="" width="506" height="753" /></p>
<p style="text-align: center;">
<ol>
<li>การตั้งค่าภาษา (ยังไม่มีภาษาไทย แต่คิดว่าคงจะมีในอนาคต)</li>
<li>การเรียนรู้การใช้งาน Keyboard ซึ่งใน Rom ตัวนี้จะมาพร้อมกับ HTC IME ซึ่งเป็นระบบ Keyboard แบบใหม่ โดยจะมีการให้ทดสอบการใช้งาน ทั้งการสะกดคำต่างๆ ซึ่งจากที่ได้ลองเล่น รู้สึกว่ามันเจ๋งดีทีเดียว</li>
<li>การตั้งค่าการเชื่อมต่อ Internet ซึ่งสามารถเลือกการเชื่อมต่อได้ ตรงจุดนี้ผมคิดว่าดีกว่า Rom ของทาง Nexus One ที่ออกแนวกึ่งๆ บังคับให้ต่อ Edge ในตอนเริ่มแรก</li>
<li>เลือกการเชื่อมต่อ Wireless จาก AP ที่จับสัญญาณได้</li>
<li>ตั้งค่าบัญชีการใช้งาน ซึ่งหลักๆ คือ Google แต่คุณก็สามารถเชื่อมต่อผ่านระบบอื่นๆ ได้ เช่น MS Exchange หรือ Mail Account อื่นๆ ผ่าน Pop3 เป็นต้น</li>
<li>สามารถตั้งค่าการเชื่อมต่อกับเพื่อ Sync กับทาง Facebook , Flickr , Twitter ได้ทันที (ของ Nexus One จะเชื่อมต่อได้เฉพาะ Facebook เท่านั้น)</li>
<li>ตั้งค่า Date และ Time</li>
</ol>
<p>หลังจาก Boot เข้าสู่ Home Screen เสร็จก็จะได้หน้าตาสวยๆ ดังในภาพ มี Widget Clock ตามแบบฉบับ Sense UI เหมือนพวก Magic Hero สวยงามมาก อีกทั้งยังมีให้ถึง 7 หน้า สามารถที่จะหุบนิ้ว หรือกดปุ่ม Home ค้างไว้ เพื่อให้แสดงหน้า Home ทั้ง 7 ในแบบ Thumbnail ได้อีกด้วย มาดูในส่วนของ Info ของ Rom ตัวนี้กันซักหน่อย</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone" src="http://upic.me/i/qo/cxm02.jpg" alt="" width="505" height="559" /></p>
<ul>
<li>Model Number ยังคงเป็น HTC Bravo (น่าจะยังอ้างอิงตามรหัสพัฒนาและยังไม่ได้แก้ไข)</li>
<li>Firmware เป็น 2.1 Update 1 ล่าสุดที่ทาง Google ได้ปล่อยออกมาเพื่อให้ Nexus One สามารถใช้ Multitouch ได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น</li>
<li>รายละเอียด Kernel จะเป็นตัวดัดแปลงจากต้นฉบับ ตาม MoDaCo แต่คิดว่าของตัว Desire เองก็คงไม่ต่างจากนี้มากนัก เพราะเป็นตันใหม่ล่าสุด</li>
<li>Internal Phone Storage หรือพูดง่ายๆ คือส่วนของ ROM นั่นเอง จะเห็นได้ว่าเหลือพื้นที่เพียงแค่ 83 MB เท่านั้น! ทั้งที่ผมไม่ได้ลง App อะไรเพิ่มเลย (นอกจาก Shoot Me! ที่เอาไว้ Capture หน้าจอ) ซึ่งเห็นได้ชัดว่า Rom ตัวนี้มีขนาดใหญ่มาก เพราะหากติดตั้งตัว Rom ต้นฉบับของ Nexus One เอง จะเหลือพื้นที่ให้ใช้สอยถึง 180 MB ได้เลยทีเดียว (จากตัวติดตั้งของ Desire ก็ใหญ่ถึง 126 MB แล้ว ทั้งๆที่ของ Rom Nexus One ขนาด 62 MB เท่านั้น)</li>
<li>Ram หลังจาก Boot เครื่อง จะเหลือให้ใช้อยู่ที่ประมาณ 250 MB แทบจะเท่ากันกับ Rom ของ Nexus One เลยทีเดียว</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://upic.me/i/en/mbm03.png" alt="" width="240" height="767" /><a rel="attachment wp-att-137" href="http://www.bongbank.net/?attachment_id=137"><br />
</a></p>
<p>ในส่วนของ Application ที่แถมติดเครื่องมาทั้งหมด ก็มีมาให้ดังภาพ จะเห็นได้ว่ามีการ เพิ่มโปรแกรมหลายๆตัวที่ทาง HTC พัฒนาเองขึ้นมา บางตัวก็อาจจะเคยเห็นใน Rom ตัวเก่าๆ พวก Magic , Hero บ้างแล้ว</p>
<ul>
<li>Camera ทาง HTC ได้ทำการพัฒนาเพิ่มเติมขึ้นมาได้ดีมากๆ สามารถที่จะปรับ Brightness , Contrast และอื่นๆ ได้เยอะมากทีเดียว ซึ่งตรงนี้ Rom ของ Nexus One เองจะไม่มีให้ปรับเลย ทำให้รูปที่ออกมาถึงภาพจะชัดกว่ารุ่นอื่นๆ แต่สีสันอาจจะไม่สดสะใจ ดังนั้นเมื่อปรับตรงนี้แล้วอาจจะทำให้ได้ภาพที่ดีขึ้นมาเยอะพอสมควร ส่วนรายละเอียดการปรับอื่นๆ ก็คล้ายๆ กัน แต่ Desire จะเลือกได้ว่าจะถ่ายรูปแบบ Wide Screen หรือแบบ 4:3 แล้วก็ Rom ตัวนี้ยังปรับขนาดรูปภาพได้สูงสุดอยู่แค่ 3M เท่านั้น ทั้งๆที่กล้องของ Nexus One เองสามารถถ่ายได้ถึง 5M คงต้องรอการแก้ไขต่อไป</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://upic.me/i/v2/nkm10.jpg" alt="" width="585" height="350" /></p>
<ul>
<li>Clock ทำออกมาได้ดีทีเดียว เพิ่มเติมส่วนต่างๆ และเมนูให้น่าใช้มากยิ่งขึ้น แต่เมื่อใช้แล้วผมรู้สึกว่ามันยังอืดๆอยู่เมื่อเทียบกับของตัว Nexus One เองที่เรียบง่ายกว่านี้</li>
<li>Radio เนื่องจากว่า Desire เองตามสเปคแล้วบอกชัดเจนว่าสามารถใช้งานวิทยุได้ ใน Rom ตัวนี้เลยมีโปรแกรม Radio มาให้ แต่จากที่ผมทดสอบดู ยังไม่สามารถใช้งานเพื่อฟังได้จริง แต่สามารถที่จะ Scan หาช่องสัญญาณวิทยุได้ ซึ่งจากแหล่งข่าวมีบอกว่าตัว Nexus One เองก็มีอุปกรณ์ที่ใช้ในการรับวิทยุฝังอยู่ แต่ติดที่ไม่มี Software มารองรับ ดังนั้นถ้าคิดว่าเมื่อมี Rom ที่สมบูรณ์แล้ว Nexus One ก็สามารถที่จะฟังวิทยุได้เช่นเดียวกันกับ Desire</li>
<li>Footprints ผมไม่เคยเล่นมาก่อน ขอข้ามไปล่ะกัน</li>
<li>Browser ใช้ WebKit 3.1 มีการปรับปรุงหน้าตาจากเดิมนิดหน่อย และยังตัดคำไทยไม่ได้เช่นเดิม แต่จะเห็นได้ว่า HTC IME จะมีการปรับเปลี่ยน Layout ของ Keyboard ให้ตามความเหมาะสมของ App ที่ใช้งานในขณะนั้น</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone" src="http://upic.me/i/kd/epm04.jpg" alt="" width="585" height="250" /></p>
<ul>
<li>Live Wallpaper เหมือนกับของ Nexus One มีให้เลือกเท่ากันและสามารถโหลดเพิ่มได้จาก Market</li>
<li>Wallpaper ทั่วไปที่แถมมาให้ แตกต่างจาก Nexus One</li>
<li>Phone &amp; Contact มีระบบค้นหาชื่อ Contact โดยการพิมพ์คล้ายๆ T9 (สะดวกดี) สามารถเลือกแสดงเบอร์ในซิมได้ ตรงจุดนี้ผมว่ามีข้อดี ข้อเสียต่างกันกับ Nexus One ตรงที่ของ Nexus One หน้า Phone จะแสดงเป็น Numpad ขึ้นมาเต็มจอเหมือน iPhone เลย แต่ Phone ของ Desire จะแสดง Numpad แค่ครึ่งเดียว และด้านหลังเป็น Contact List ส่วนหน้า Contact ของ Nexus One จะแสดงรายการชื่อที่ดึงมาจาก Google Contacts และ Facebook เลย แต่ของ Desire จะเรียกว่า People และแยก Contact ได้ชัดเจนมากกว่า สามารถเรียกดู เพื่อนใน Facebook , Exchange Account , Flickr , Twitter ได้ทันที</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone" src="http://upic.me/i/a6/t3m05.jpg" alt="" width="585" height="250" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://upic.me/i/h6/ham06.jpg" alt="" width="585" height="250" /></p>
<ul>
<li>Photos ทาง HTC พัฒนาขึ้นมาใหม่ ซึ่งดูเหมือนไม่ได้อ้างอิงจาก Gallery ของ Android 2.1 เลย เพราะจากที่ผมได้ลองใช้แล้ว มันไม่เหมือนกันเลยซักนิด อัลบัมภาพไม่สามารถแบ่งหมวดหมู่ตาม Geotag ได้ สามารถซูมรูปแบบแบบ Multitouch ได้ สามารถที่จะดูรูปภาพของเพื่อนเราใน Facebook หรือ Flickr จากหน้านี้ได้ทันที แต่ไม่สามารถ Sync ดูรูปจาก Picasa ได้ ตรงจุดนี้ผมฟังธงเลยว่าระบบ Gallery ของ Nexus One เจ๋งกว่า และสวยกว่า (จะเสียเปรียบก็ตรงตัวนี้มันดูรูปจาก Facebook ได้เลยนี่ล่ะ)</li>
<li>Map ยังไม่สามารถซูมแบบ Multitouch ได้</li>
<li>Music ทาง HTC พัฒนาขึ้นมาใหม่เช่นกัน ทำออกมาได้สวยมาก ทั้งตัว Player เล่นเพลงเอง หรือตัว Widget  แต่เสียอย่างตรงที่หน้าแสดง Album Art เวลาเลือกดูรายการอัลบัมยังเล็กไปหน่อยเมื่อเทียบกับ Nexus One แต่เทียบกันแล้วหน้า Player สวยกว่ามากจริงๆ</li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone" src="http://upic.me/i/iy/lmm08.jpg" alt="" width="585" height="250" /></p>
<p>นอกจากนั้นก็เป็นในส่วนของ Widget ซึ่งทาง HTC ได้พัฒนาขึ้นมาเยอะพอสมควร และบางตัวก็ซ้ำกับของที่มีอยู่เดิมของ Android 2.1 อยู่แล้ว เช่น Music Widget จะมีให้เลือกทั้ง 2 อย่างเลยว่าจะใช้ของ HTC หรือ Android และในส่วนของ Menu Setting ก็ได้มีการปรับแต่ง Icon ให้มีสีสันมากขึ้นกว่าเดิมรวมไปถึงมีฟังก์ชั่นใหม่ๆบางตัว เช่น Connect to PC ที่สามารถตั้งได้ว่า จะใช้ Charge only , HTC Sync , Disk Drive , Internet Sharing ซึ่งจากที่ผมลองใช้ ผมไม่สามารถ Mount Storage Drive ได้ ไม่รู้ว่ามันเป็น Bug ของ Rom ตัวนี้อยู่หรือเปล่า ทำให้ต้อง Reboot เข้า Recovery Mode ทุกครั้งที่ต้องการ Copy ไฟล์ออกมา</p>
<p style="text-align: center;"><img class="alignnone" src="http://upic.me/i/sv/x6m07.jpg" alt="" width="585" height="250" /></p>
<p style="text-align: left;">ส่วนในเรื่องภาษาไทย ผมใช้วิธีเดียวกับการลงภาษาไทยของ Nexus One แล้ว แต่ไม่สามารถใช้งานได้ คือเมื่อ Copy Font ไปไว้ในเครื่องได้แล้ว พอ Reboot เครื่องจะค้างไม่สามารถเข้าสู่หน้า Home Screen ได้ ทำให้ต้อง Flash ใหม่เพื่อให้สามารถเข้าหน้า Home ได้ ตรงจุดนี้ไม่แน่ใจว่าทาง HTC เปลี่ยนที่เก็บ Font ใหม่ หรือเป็น Bug ของ Rom ตัวนี้</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://upic.me/i/c3/y8m09.jpg" alt="" width="585" height="250" /></p>
<p style="text-align: center;">หน้าตาของการตั้งค่าต่างๆ ในตอนเริ่มแรก เอามาให้ชมกันอีกที</p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">สรุปได้ว่าในตอนนี้ แม้ว่า Desire ยังไม่เปิดตัว แต่ก็เห็นได้ชัดว่า ทาง HTC ได้มีการพัฒนา App ใหม่ๆ หลายๆ ตัวเพื่อปรับให้เข้ากันกับ Android 2.1 ที่ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้พร้อมกับ Nexus One และตัว Nexus One เองก็มี hardware ที่พร้อมจะรองรับในส่วน Rom ของ HTC อยู่แล้วด้วย สเปคก็ใกล้เคียงกัน ดังนั้นในอนาคตอาจจะมีคนเอา Rom ต้นฉบับของ Nexus One มายัดใส่ Desire ก็ได้ ใครจะไปรู้</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bongbank.net/nexus-one/htc-desire-on-nexus1/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

