บันทึก บบ. ท่องญี่ปุ่นตอน 2 “นาโกย่า และ ทาคายาม่า”

ห่างหายไปนานเลยหลังจากตอนแรก บันทึก บบ. ท่องญี่ปุ่นตอน 1 “โตเกียว” เหตุผลก็คือ ไม่มีเวลาตัดต่อวิดีโอก็เลยดองเอาไว้ ฮาๆ ตอนนี้ทำเสร็จแล้ว มาเริ่มตอนที่สองกันเลยละกัน สำหรับตอนที่ 2 นี้ ก็จะเป็นการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นวันที่ 4 ที่ผมต้องนั่งรถไฟเที่ยวเช้าจากโตเกียวไปยังนาโกย่า เพื่อเข้าร่วมงานจับมือเดี่ยว SKE48 ที่นาโกย่า (ลงเอาไว้ 4 ใบ) แน่นอน เนื่องจากเรามี JR Pass กัน ก็เลยเป็นการนั่งชินคันเซนข้ามเมืองครั้งแรก

ก่อนจะไปนาโกย่า ผมขอย้อนกลับมาพูดถึงเรื่องโรงแรมในโตเกียวที่พวกผมพักกันมา 3 คืนหน่อยละกัน คนไทยส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันมักจะไปพักแถวย่านอาซาคุสะซะเป็นส่วนใหญ่ ด้วยเหตุผลเรื่องของราคาที่ถูกกว่าที่อื่น (ซึ่งก็จริง) แต่เนื่องจากการมาเที่ยวรอบนี้ของผม มีการเปิดใช้ JR Pass แต่สถานีรถไฟแถวๆ อาซาคุสะ นั้น ไม่มี JR นะครับ มีแต่รถใต้ดิน ทำให้หากเลือกพักที่อาซาคุสะละก็.. คงต้องเสียค่ารถไฟใต้ดินเพิ่ม ทางผมเลยคิดว่าเอาเงินที่ต้องเสียขึ้นรถไฟใต้ดิน มาบวกเพิ่มเป็นงบค่าที่พักดีกว่า จนมาเลือกโรงแรมได้ที่ Hotel My Stay Nippori ครับ ราคาตกอยู่ที่ประมาณ 8,200 เยน สำหรับห้องนอน แบบ 2 คน (คนละ 4,100 เยน/คืน)

DSC04722 (Medium)

สภาพห้องแอบเล็กไปหน่อย เตียงก็เล็ก (น่าจะควีนไซต์) แต่ที่ผมชอบคือมีสิ่งของ ของใช้ให้ครบนะ อินเตอร์เน็ตมีทั้ง Wireless และ LAN แต่ผมเอา HotSpot พกพาไปด้วย เลยเสียบแลนปล่อย Wireless เอาเอง เพื่อความแรงกว่า ของใช้พวกไมโครเวฟ กระติกน้ำร้อน ตู้เย็น ทีวี ตู้เสื้อผ้า อ่างแช่น้ำ สบู่ แชมพู หวี เรียกได้ว่าครบครับ มีแปลกใจสุดคือนี่…

IMG_3467 (Medium)

กะให้กูประกอบอาหารกันเลยสินะ….

DSC04638 (Medium)

ใครสนใจหาที่พักนอกเหนือจากย่านอาซาคุสะ ก็เอาไว้เป็นตัวเลือกได้นะครับ (ผมจองจาก Booking.com) โรงแรมเดินไม่ไกลจากสถานีมากนัก ย่าน Nippori ออกแนวเงียบๆแต่ดึกๆ ก็มีพวกร้านเกะ มังงะคาเฟ่ ร้านอาหารครอบครัวใกล้สถานี เยอะพอสมควรครับ เดินเล่นดึกๆได้ ไม่อันตราย (ผมเดินมาแล้ว) ที่สำคัญคือ สถานี Nippori มีบันไดเลื่อนครับ !!!!

พอเหอะ กลับไปขึ้นชินคันเซนกัน

DSC04731 (Medium)

เมื่อพูดถึงการขึ้นชินคันเซน สิ่งที่ขาดไปไม่ได้ก็คือข้าวกล่อง (bento) นั้นเอง ซึ่งหลังจากเข้าเกตชินคันเซนไปแล้วก็จะมีร้านขายเบนโตะอยู่มากมาย ไม่ได้มีแค่ในสถานีนะครับ ขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นมาตรงชานชาลาก็มีร้านขายอีกนะครับ เรียกได้ว่า ยังไงมึงก็จะขายกูให้ได้สินะ

DSC04732 (Medium)

มีให้เลือกมากมาย หลายแบบ กินมาก กินน้อย

DSC04734 (Medium)

DSC04735 (Medium)

ชินคันเซนนั่งสบายมากครับ ที่นั่งกว้างฉิบหาย (ไว้ดูได้จากคลิปด้านล่าง Entry นี้) เราใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่งในการเดินทางราวๆ 4 ร้อยกิโลเมตรไปยังนาโกย่า เรียกได้ว่าหลับไม่ทันสนิทแม่งถึงแล้ว…. อิจฉาประเทศนี้จริงๆ (ถึงค่ารถไฟมันจะแพงสัดก็เหอะ)

หลังจากออกจากรถไฟมาก็เจอวิว ดีๆ แบบนี้ ก็เลยต้องเก็บภาพกันซักหน่อย 😛

2014-05-25 08.20.26 (Medium)

ความท้าทายใหม่ของเราก็ได้เริ่มต้นขึ้นครับ เพราะ ที่นาโกย่านี้ เป็นเมืองที่เราไม่เคยเหยียบมาก่อนเลยทั้งคู่ สิ่งที่พวกเราเจอคือ “หลงครับ” ข้อควรทราบอีกเรื่องคือ สถานีชินคันเซนหรือ JR นาโกย่านั้นใหญ่มาก และไม่สามารถเดินทางไปย่านซาคาเอะ (Sakae) ได้โดยตรง เนื่องจากรถที่วิ่งแถวย่านเมืองจะเป็น Subway นะครับ ดังนั้นเราต้องออกจากสถานี JR Nagoya เพื่อไปยัง Subway Nagoya ตรงนี้บอกเลยครับว่า ให้เผื่อเวลาไว้หน่อยก็ดีสำหรับใครที่จะไปครั้งแรก เพราะหลงแน่นอน แถมเดินไกลด้วย gg

2014-05-25 08.30.26 (Medium)

เนื่องจากเราต้องไปหลายที่ (มากกว่า 3) เจ้าถิ่นบอกเราว่าให้ซื้อ One day Pass จะคุ้มกว่า โดยสามารถซื้อได้ที่ตู้อัตโนมัติเลย

2014-05-25 08.32.38 (Medium)

สำหรับบัตร One Day Pass ของนาโกย่าจะมีการแบ่งเป็น One-Day subway pass Adult (740 เยน) และ Weekend eco pass (600 เยน) ซึ่งถ้าคุณจะใช้ในวันสัดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) ให้กด Weekend eco Pass นะ มันจะถูกลง 140 เยน คงเป็นนโยบายวันหยุดอะไรทำนองนั้น เข้าท่าดีนะ แต่จะกดแบบ 740 เยน ก็ไม่เป็นไร ใช้ได้เหมือนกัน แค่จ่ายมากกว่า ฮาๆ

2014-05-25 08.35.20 (Medium)

หลังจากเข้าสถานี Subway แล้ว เรามาดูความซับซ้อนของสถาปัตยกรรมของเมืองนี้กัน

2014-05-25 08.46.44 (Medium)

นี่คือภาพจำลองของภายในสถานี…..อิเหี้ยยยยยยยย เอ้ย!!! หลง เดินหาทางออกไม่เจอครับ ต้องไปให้พนักงานช่วยเหลือเล็กน้อย

สำหรับสถานที่แรกที่เราจะไปนัดคือ Nagoya City Science Musuem ซึ่งเรานัดกับเพื่อนของเรา “ชุยซัง” เอาไว้นั้นเอง

2014-05-25 08.50.16 (Medium)

อีกหนึ่งจุดเด่นของเมืองนาโกย่านั้นก็คือ…..เมืองนี้จะไม่ค่อยมีบันไดเลื่อนเท่าไหร่นัก ทำเป็นทางลาดๆ เอนๆ เอาทั้งสิ้น อารมณ์เป็นนโยบายของเมืองที่อยากให้คนเดินให้มาก… จ้ะ เดินเยอะมากกกก

มาถึงล่ะ Science Musuem อันเลื่องชื่อของที่นี่ เป้าหมายของเราคือการดูท้องฟ้าจำลอง

DSC04747 (Medium)

2014-05-25 09.03.31 (Medium)

มีการจำกัดรอบนะครับ รอบละ 45 คนล่ะมั้ง ผมโชคดีมากที่ไปต่อแถวซื้อตั๋วทันรอบแรก เพราะคนรอต่อคิวเยอะมาก ราคาค่าดูท้องฟ้าจำลองอยู่ที่ 800 เยน / คน

DSC04746 (Medium)

อันนี้คือโดมที่เป็นท้องฟ้าจำลอง เมื่อมองจากด้านนอก…

โดยรวมก็ประทับใจครับ สวยดี แต่เนื่องจากบทบรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน ถ้าฟังไม่ออกก็ไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ผมฟังออกบ้างบางส่วน แต่ก็ไม่อินอยู่ดี คุณลุงแกพากย์สดทุกคำไม่มีการเปิดเทปครับ แต่นั้นล่ะ ผมก็หลับเป็นช่วงๆ เนื่องจากความง่วงด้วยล่ะ เอาไว้ถ้ามีแฟนเป็นสาวญี่ปุ่นล่ะค่อยพาไปดูละกันครับ น่าจะโรแมนติกดี ฮาๆ

จากตรงนี้เราต้องนั่งรถไฟไปยาวทีเดียวเพื่อไปยัง Port Messe Nagoya ใช้เวลาราวๆ 30-40 นาทีกันเลยทีเดียว

DSC04752 (Medium)

สำหรับการไป Port Messe นี่ใช้ One Day pass ไม่ได้นะครับ เนื่องจากรถไฟที่จะไปยัง Port Messe เป็นของเอกชนไม่ใช่ของนาโกย่าเอง จึงทำให้ต้องซื้อตั๋วใหม่ แต่ถ้ามี Suica ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

2014-05-25 12.32.52 (Medium)

บรรยากาศภายในงานจับมือที่ Port Messe ครับ ตรงที่ถ่ายจะเป็น Trade Zone คือโซนแลกรูปกัน (ห้ามขาย) ซึ่งก็มีโอตะมาจับจองพื้นที่กัน ยังกับเปิดร้านแหนะ คึกคักมากๆ เลยครับ แต่นั้นล่ะ ต้องคุยญี่ปุ่นรู้เรื่องนะครับ แลกแฟ้มกันดู ถามว่ามีรูปคนนี้ไหม แล้วก็ดีลกันปกตินี่ล่ะ ถือเป็นกิจกรรมยามว่างของโอตะญี่ปุ่นที่น่าสนใจดีนะ ไม่ได้มาจับมือ ก็มาเปิดตั้งแลกรูปกัน

2014-05-25 12.33.04 (Medium)

ผมก็ได้ 2 รูปที่อยากได้ล่ะ

2014-05-25 12.41.36 (Medium)

ในส่วนของงานจับมือ ผมลงจับมือกับ จูรินะ เรนะ คาน่อน แล้วก็อาการิน…. ประทับใจสุด ยกให้อาการิน…สมที่เป็นคามิไทโยจริงๆ เทพสมคำร่ำลือครับ lolz

หลังจากจับมือเสร็จ เราก็นั่งรถไฟกลับเข้าเมือง เพื่อไปหาข้าวกินกัน ซึ่งเราก็ได้เลือกกินที่ร้านชื่อดังร้านนี้ครับ

2014-05-25 14.55.12 (Medium)

ร้านนี้เป็นร้านขายข้าวหน้าปลาไหลร้านดังครับ ตอนไปมีคนต่อคิวเยอะมาก กะจะตัดใจแล้ว แต่พอถามพนักงาน พนักงานบอกว่ารอคิวไม่เกิน 30 นาที ก็เลยนั่งรอ (นี่ขนาดไปถึงบ่าย 2 แล้วนะ) แล้วก็พบว่า คิวไหลเร็วมาก คนเยอะ แต่ใช้เวลารอไม่ถึง 30 นาทีเลยล่ะครับ

2014-05-25 15.22.14 (Medium)

เมนูมีอยู่ไม่กี่อย่างครับ เน้นขายข้าวหน้าปลาไหล นี่ล่ะ แน่นอน มาถึงนี่ก็ต้องสั่งของขึ้นชื่อนั้นก็คือ Hitsu-Mabushi เอาขนาดธรรมดาพอ 3,600 เยน ครับ

2014-05-25 15.33.51 (Medium)

นี่ก็คือโฉมหน้าของข้าวหน้าปลาไหลอันเลื่องชื่อครับ ถ้วยใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกกกก น่ากินมากกกด้วย

ซึ่งการทานข้าวหน้าปลาไหลของที่นี่นั่นจะมีวิธีทานอยู่ครับ เริ่มจากการตัดเป็น 4 ส่วน และแบ่งใส่ถ้วยเล็ก และทาน 4 รูปแบบ ดังนี้

แบบที่ 1 ลิ้มรสข้าวหน้าปลาไหล แบบให้รู้รสปลาไหล

2014-05-25 15.49.01 (Medium)

อันนี้ก็ธรรมดาครับ ตักใส่ถ้วย แล้วแดกไปเลยตามปกติครับ

แบบที่ 2 คลุกเคล้ากับเครื่องเคียง เพิ่มความอร่อย

2014-05-25 15.42.30 (Medium)

ก็เอาเครื่องเคียงที่เค้าให้มา อันประกอบไปด้วย สาหร่าย ต้นหอม แล้วก็วาซาบิ คลุกๆ ลงไป แล้วก็กินครับ ก็จะได้รสชาติอีกแบบนึง

แบบที่ 3 คลุกน้ำซุปแบบขลุกขลิก

2014-05-25 15.49.24 (Medium)

เอาน้ำซุปที่ได้มา ผสมลงไปเล็กน้อย แล้วก็แดกแม่ง

แบบที่ 4 จะแดกยังไงก็แดกไป

2014-05-25 15.53.41 (Medium)

ส่วนสุดท้ายนี้ Free Style ครับ ใครอยากแดกยังไงก็แดกไป เพื่อนผมก็เลยจัดแบบนี้เลย เทน้ำซุปหมดกา โรยต้นหอมให้หมดๆ กลายเป็นข้าวต้มปลาไหลดีๆ นี่เอง ฮาๆ

IMG_0347 (Medium)

อิ่มแล้ว นี่ก็ค่าเสียหายครับ ถ้วนๆ ราคา Vat แล้ว

หลังจากอิ่มแล้ว เราก็ไปนั่งชิวๆ ที่ SKE48 Cafe and Shop กัน ซึ่งมันตั้งอยู่ที่ตึก Subshine Sakae อันเป็นฐานทัพใหญ่ของ SKE48 นั่นเอง เนื่องจากวันนี้มีอิเว้นท์จับมือ ทำให้ Theater ปืดครับ

2014-05-25 16.07.35 (Medium)

สั่งเครื่องดื่ม ก็จะได้ที่รองแก้ว ที่คนไม่ใช้รองแก้วกันด้วยครับ lolz

มีเมนูข้าวที่เป็นเมนูที่คิดค้นโดยน้องๆ ด้วยครับ

2014-05-25 17.13.25 (Medium)

สาบานได้ ว่านี่คือข้าวกะเพราที่จูรินะ เข้าใจ… หมูสับผัดถั่ว นี่มันกะเพราตรงไหนฟะ!!!

DSC04791 (Medium)

จบจากนี่ก็ไปต่อกันที่ย่าน Osu ครับ อันเป็นที่ตั้งของ Maidreamin สาขานาโกย่า

IMG_0385 (Medium)

เป็นร้านเมดที่คึกคักดีครับ แตกต่างจากสาขาอื่นที่ไปมาเลย เพราะมันเป็นร้านแนว Drink Bar โอ้ย น้องเมดยกแก้วนายท่านขึ้นมาคัมปายทั้งร้านทุกๆ 10 นาที เงิบกันเลยทีเดียวแหะ จบจากนี่ก็เป็นอันจบทริปนาโกย่าครับ กลับบ้านนอน เหนื่อยครัฟ 555+

เช้าวันถัดมาก็ตื่นนอนอีกวัน เพื่อออกเดินทางไปยังเมืองทาคายาม่าครับ โดยเราได้จองรถไฟ Hida Wide View Express เอาไว้เรียบร้อยแล้ว

DSC04815 (Medium)

สิ่งที่ตกใจนั้นก็คือ รถ Hida Wide View ที่วิ่งออกจากนาโกย่านั้น จะวิ่งถอยหลังเป็นเวลา 30 นาที แล้วถึงจะกลับมาวิ่งตามปกติ เมื่อไปถึง Gifu ถือเป็นเรื่องที่แปลกดี กับการนั่งรถไฟที่วิ่งถอยหลังโดยที่ไม่หันเก้าอี้ ฮาๆ

DSC04823 (Medium)

แล้วเราก็มาถึงเมืองทาคายาม่าเรียบร้อยแล้ว

ที่ศูนย์นักท่องเที่ยวใกล้ๆ กับสถานี จะมีแผนที่ให้ฟรี ซึ่งมีภาษาไทยด้วย แหล่มเลย ก็ไปหยิบมา จะได้เดินถูก

DSC04829 (Medium)

สำหรับเมืองทาคายาม่านี่เป็นเมืองที่ร่มรื่นดีนะครับ เมืองไม่เล็กมาก และก็ไม่ใหญ่มากด้วย บรรยากาศสบายๆ

DSC04840 (Medium)

มองไปทางไหนก็มีแค่ร้านขายเนื้อเต็มไปหมดเลยทีเดียว

DSC04841 (Medium)

ผมได้แวะไปทำบุญ + เดินเล่นที่วัดที่ชื่อว่า วัดโคขุบุนจิ ก็แซวเล่นๆ กันว่าวัดโคขุน หรือไงเนี่ย 555+

DSC04856 (Medium)

แม่น้ำ และสะพานแดงอันเลื่อนชื่อของที่นี่

DSC04883 (Medium)

จากนั้นก็ได้ไปนั่งร้านริมทาง ที่ขายเนื้อฮิดะเสียบไม้ (อารมณ์หมูปิ้ง) ตกไม้ละ 300 เยน ถือว่าแพงนะ แต่ไหนๆ มาแล้วก็เลยลองดู…หยิบมาปิ้งกันสดๆ เมื่อสั่งเลยทีเดียว

DSC04897 (Medium)

สงสัยคนไทยมาเยอะ…

DSC04898 (Medium)

ได้แล้ว!!!

DSC04902 (Medium)

รสชาติ อร่อยมากครับ อร่อยเวอร์…. เผลอกินไป 3 ไม้…. แล้วก็พบว่า เอ่อ เก็บเงินไปปิ้งฮิดะกินดีกว่า….

ร้านเนื้อที่เราเล็งไว้ครับ คือร้าน Maru Aki เป็นร้านเนื้อแนวปิ้งย่างครับ

DSC04924 (Medium)

เราสั่งเซ็ตเนื้อ A5 มา ทั้งเซ็ตอยู่ที่ เกือบๆ หกพันเยนครับ

DSC04917 (Medium)

ดูกันชัดๆ

DSC04925 (Medium)

บอกเลยครับ ว่าแซ่บเวอร์ๆๆๆๆๆๆ !!! ติดตามได้จากในคลิปนะครับ 555+

จบตอนที่ 2 ล่ะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าที่ ชิราคาวาโกะ และโอซาก้าเด้อ (รอตัดต่อคลิปเสร็จก่อนเนอะ)

 

ไปดูตอนที่ 2 กันได้เลย….!!

0 Total Views 0 Views Today