ประสบการณ์การถูกเรียกว่านายท่านที่ “Maidreamin” (ตอน 1)

1072203_10151800577784235_1469155721_o

เป็นอีก entry ที่ถ้าไม่เขียนถึงคงต้องเสียดายแย่เลยทีเดียวสำหรับประสบการณ์ การถูกเรียกว่า “นายท่าน” ณ ดินแดนแห่งความฝัน จนโดนเพื่อนๆล้อว่า “ติดเมด” แถมยังได้ฉายาว่า “บ๊องแบ๊งซามะ” (บบซม) อีก จนเพื่อนบางคนก็ยังเรียกแบบนี้อยู่ ก็เป็นประสบการณ์ที่ผ่านมาได้ซักพัก เลยอยากจะนำมาเขียนเล่าความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกดีๆ และหลายสิ่งหลายอย่างที่ได้รับจากการได้รู้จักร้านเมดคาเฟ่ร้านนี้

เกริ่นนำ

ประสบการณ์ร้านเมดสำหรับตัวผมนั้น ถ้าให้เริ่มคงต้องย้อนไปตั้งแต่สมัยร้านเมดร้านแรกเปิดในไทยใหม่ๆ ซึ่งก็คือร้าน Akiba ที่เคยตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ นู้นน ตั้งแต่สมัยผมอยู่ ม.6 มั้ง ไปตอนเปิดร้านครั้งเดียวแล้วก็ไม่ได้ไปอีกเลยจนมันปิดตัวลง จากนั้นก็เห็นว่าเปลี่ยนชื่อไปเป็น Akiba Kiss เปิดบนเซ็นทรัลเวิร์ล ซึ่งเคยไปเดินๆผ่าน แต่ไม่เคยใช้บริการ จากนั้นก็เห็นว่ามีร้านเมดยิบย่อยมาเปิด แต่ก็เหมือนจะอยู่ได้ไม่ทนซักร้าน คงเพราะ mindset ของคนไทยไม่ได้เหมาะกับอะไรแบบนี้ หรือเพราะว่ามันผิดรูปแบบก็ไม่รู้นะ ทำให้ร้านที่เปิดส่วนใหญ่อยู่ไม่รอด จนซักปลายๆปี 2012 ผมเห็นในเฟสบุ๊คแว้บๆ ถึงร้านเมดร้านใหม่ที่จะมาเปิดในไทย และกำลังประกาศรับสมัครพนักงานสาวอยู่ แน่นอนครับว่าผมสนใจครับ!! ไม่ได้สนใจไปสมัครเป็นเมดนะ แต่สนใจว่าร้านเมดร้านนี้จะเป็นยังไง ก็ไม่รู้หรอกว่า Maidreamin มันคือร้านเมดแฟรนไชส์จากญี่ปุ่น คือไม่รู้จักเลยก็ว่าได้ ตอนแรกเห็นว่าจะเปิดพร้อมกับห้างใหม่ Gateway Ekkamai แต่ก็มีเลื่อนเปิดนิดหน่อย จนสุดท้ายก็เปิดได้ในวันที่ 12 เมษายน 2013 (อันนี้ไปหาข้อมูลมา)

ผมก็ไม่ได้ไปตั้งแต่วันแรกที่เปิดหรอก ได้ไปครั้งแรกจริงๆ คือวันที่ 21 เมษายน หลังจากเริ่มเห็นรีวิวตามใน Social network และ Blog ของคนอื่น ก็ทำให้ยิ่งเกิดความรู้สึกอยากไปให้ได้ จนรวบรวมพรรคพวกที่จะไปด้วยกันได้สำเร็จ เดินเข้าร้านอย่างงงๆ เนื่องจากมีลูกค้ามาใช้บริการเยอะมาก และร้านก็เล็กเหลือเกิน ก็เลยต้องจำใจนั่งชั้น 2 ของร้านแทน (ซึ่งมารู้ทีหลังว่าคิดผิดเอามากๆ) ก็มีน้องเมดขึ้นมาหา 1 คน นั่งชันเข่าเกาะโต๊ะ แนะนำตัวว่าชื่อ “โนริจัง

IMG_1461

โนริจังก็มาอธิบายถึงกฎของร้านต่างๆ บลาๆ ข้ามไปละกัน พร้อมทั้งเขียนชื่อลงบนบัตรให้กับนายท่าน ซึ่งบัตรใบแรกจะเรียกว่า Dream Passport จะได้รับเฉพาะนายท่านที่มาครั้งแรกเท่านั้น ด้านหลังจะมีอธิบายว่า สามารถนำมาแลก Live ฟรีได้ในการมาเยือนครั้งต่อไป จากนั้นก็สั่งอาหารมากิน บลาๆ ก็โดนไปด้วยเมนูข้าวห่อไข่ไซต์ไจแอ้นท์ กินกันทั้งโต๊ะ (มีสั่งเครื่องดื่มและของกินอื่นๆด้วย)

IMG_1467

สามารถให้น้องเมดเขียนชื่อ เขียนข้อความลงบนข้าวหน้าไข่ได้ด้วยนะ ก็จัดไป กินเสร็จค่าเสียหายก็โดนไปกันเยอะอยู่ คนละ 4-5 ร้อย เนื่องจากการนั่งชั้นบนจะเสียค่าชั่วโมงแพงกว่านั่งชั้นล่าง 2 เท่า และเพราะสั่งเมนูไจแอ้นท์ เลยได้สิทธิ์ถ่ายรูปเชกิรวมกับน้องเมด 1 ใบ ก็เลยถ่ายด้วยกันกับเพื่อนๆ

387215_10151536682329235_2025199631_n

หลังจากนั้น เนื่องจากไม่ได้ติดใจอะไรแต่อย่างใด แถมรู้สึกว่า แพง เปลืองตังค์ ไม่เห็นสนุกอะไรเท่าไหร่เลย ก็เลย ตัดสินใจเลิกไป เป็นเอกฉันท์ ถือว่ามาลองครั้งเดียวเลิก แต่ใครจะรู้ว่าตอนนั้นนะคิดผิดแท้ๆ

อ่อ ที่เล่ามานี่ยังแค่เกริ่นนำเองนะครับ ความสนุกของจริงนะ อยู่ต่อจากนี้ไป

กลับมาอีกครั้ง…

ห่างหายไปนานๆๆๆ ได้กลับไปอีกครั้งในวันที่ 4 สิงหาคม 2013 เป็นการกลับไปแบบที่ไม่คาดคิด คือแค่อยากลองไปอีกครั้งแบบขำๆ ซึ่งผู้ร่วมอุดมการในครั้งนั้นก็คือหนึ่งคุง….โดยเราหารู้ไม่ ว่าการไปแบบขำๆในครั้งนั้นจะเป็นการตีตราเราทั้งสองคนให้กลายเป็น “นายท่าน” ไปตลอดกาล…..

page

สำหรับประสบการณ์ในครั้งที่สอง นั้นถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนเลยก็ว่าได้ที่ทำให้เราทั้งคู่ “ติดใจร้านเมด” แห่งนี้ สิ่งที่เราทำในครั้งนี้ก็มีทั้งการกินข้าว เล่นลอตโต้จับรางวัล (ผมจับได้เข็มกลัด) ใช้ Dream Passport ที่ได้ในครั้งที่แล้วมาแลกไลฟ์เพื่อดูการแสดงจากน้องเมด ถ่ายรูปเชกิคู่กับน้องเมด โดนกันไปคนละ 3 รูป แถมยังซื้อสมุดสะสมเชกิกันอีกคนละเล่ม นั่งเล่นกันไป 2 ชั่วโมง เมื่อเช็คบิลก็มาก็มีค่าเสียหายอย่างที่เห็นในรูป…. หลังจากออกมาจากร้านแล้วก็ไปนั่งคิดเงินกันว่าของใครต้องจ่ายเท่าไหร่ก็พบว่าน้องเมดคิดเงินขาดไป ขาดไปเยอะเลยทีเดียว…ด้วยความที่ไม่อยากรู้สึกผิดต่อน้องเมดที่ให้บริการเราอย่างดี เราทั้งสองก็เลยตัดสินใจเดินกลับไปจ่ายตังค์เพิ่ม….

รูปเชกิเซ็ตแรก ชินามอน รูกิ นานาโฮะ

รูปเชกิเซ็ตแรก ชินามอน รูกิ และนานาโฮะ

จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ทำให้เราประทับใจน้องเมดด้วยเหตุผลหลายประการ เนื่องจากไปเยือนครั้งที่ 2 นี้ ที่ร้านค่อนข้างที่จะโล่งแล้ว (หมดช่วงมวลมหานายท่านบ้าเห่อในช่วงแรก) ผมและหนึ่งคุงเลยมีโอกาสได้พูดคุยกับน้องเมดมากขึ้น ทั้งเรียกมาถามนั้นนี่ เรียกให้เติมชาเขียว เรียกมาจับฉลาก สบตากันตอนแสดงไลฟ์ แถมยังให้น้องๆเมดทุกคนในร้านมาเขียนชื่อลงบนปกสมุดภาพเชกิอีก น้องเมดก็บริการทุกอย่างด้วยความยินดี ยิ้มแย้ม น่ารัก ยิ่งตอนท้ายที่เดินกลับไปจ่ายตังค์ให้น้องเมดเพิ่มในส่วนที่คิดเงินขาดไป น้องเมดก็ก้มขอบคุณรัวๆ เป็นภาพที่น่ารักและเราก็ประทับใจ ทำให้เรารู้ล่ะว่า การใช้เงินซื้อความสุขมันเป็นแบบนี้นี่เอง 555+ (ก็เวอร์ไปเน๊อะ…)

Note : สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างในการไปครั้งนี้คือ น้องเมดที่ชื่อว่านานาโฮะที่เข้ามาที่ร้านก่อนหมดชั่วโมงแรก ซึ่งจริงๆแล้วเราเคยเจอน้องเค้ามาก่อนในงาน J-trend ที่ผ่านมา วงน้องเค้าโควฟเวอร์ AKB48 แล้วเราเองก็ถูกใจน้องเค้า ก็เลยตั้งน้องเค้าเป็นโอชิไปเรียบร้อย (ตอนนั้นยังไม่รู้ชื่อน้องเค้าหรอก) กะว่าจะติดตามผลงานในฐานะวงโควฟเวอร์ ที่ไหนได้มาเจอมาเป็นเมดซะงั้น เงิบ… นั้นเลยเป็นเหตุผลให้เราทั้งคู่ ต่อเวลา Dream Time ชั่วโมงที่ 2

ด้วยความที่เริ่มติดลมแล้ว วันเสาร์ถัดมา วันที่ 10 สิงหาคม เราก็ได้ไปกันอีก ได้เจอน้องเมดชุดใหม่ ไม่ซ้ำเดิม (น้องเมดเปลี่ยนกะแบบรันดอม นายท่านไม่รู้หรอก)

IMG_4655

แน่นอนว่าผมก็ได้ฉายาเป็น “บ๊องแบ๊งซามะ” ส่วนหนึ่งคุงก็ได้ชื่อฉายาว่า “อิจิซามะ” ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว…. เราตั้งเป้าว่าจะเก็บรูปเชกิ ผมก็เลยเลือกน้องเมดอีก 3 คน มาถ่ายเชกิด้วยซะเลย

คุเมย์ นามิ และนัตสึกิ

คุเมย์ นามิ และนัตสึกิ

สำหรับครั้งนี้ สิ่งที่ประทับใจก็คือน้องเมดฝึกหัดที่ชื่อ “นัตสึกิ” โอ้ว!! ต้องบอกว่าทั้งผมและอิจิซามะ (ฉายาของหนึ่งคุง หลังจากนี้จะเรียกแบบนี้) ต่างก็ติดใจกันทั้งคู่ รีบผันตัวเป็นโอชิน้องเค้าอย่างรวดเร็วทั้งสองคน และก็ถ่ายเชกิคู่กับน้องเค้า สิ่งที่โดนใจคงเป็นความโมเอะแบบเปิ่นๆ ของน้องเค้า นี่มันคาแรกเตอร์สาวเมดซุ่มซ่ามในตำนานเลย อะไรแบบนั้นมั้ง… วีรกรรมแรกของน้องเค้าคือการเขียนชื่อของอิจิซามะ ที่ควรเขียน Ichi ที่แปลว่า เลขหนึ่งในภาษาญี่ปุ่น เป็นเขียนว่า Ejii….

page2

และเราก็ยังไปซ้ำอีกรอบอย่างรวดเร็วในวันถัดไป…แถมรอบนี้มีปาร์ตี้เพิ่มขึ้นอีก ไปกันหลายคนมากขึ้นทำให้สนุกมากขึ้นไปอีก ได้ทั้งแกล้งน้องเมด (ก็พูดแกล้งหยอกๆ แซวกันไปนะ ไม่ได้ใช้กำลังรุนแรงน้า~~) หลักๆก็คือเรียกมาเติมชาเขียวรีฟิลบ่อยๆ และน้องเมดที่ถูกแกล้งก็แน่นอน “นัตสึกิ” จอมเปิ่น ที่เราได้เคยพูดถึงไปแล้ว วันนี้น้องเค้าก็ยังคงมาสร้างความหรรษาให้กับบ๊องแบ๊งซามะ อิจิซามะ และนายท่านหน้าใหม่อีก 2 คน กาอินซามะ และพิมซามะ

IMG_8126

เนโกะ โคโค่ และ นัตสึกิ (รูปเดี่ยว)

เนื่องจากว่าเมื่อวานถ่ายรูปคู่กับนัตสึกิไปแล้ว แต่ก็ยังอยากได้รูปเชกิน้องนัตสึกิอยู่ ก็เลยเลือกที่จะถ่ายน้องแบบเดี่ยวๆ โดยเราเป็นคนถ่ายเองด้วยกล้องโพราลอยด์ (ตอนจะกดก็มือสั่นอยู่เหมือนกัน) เพิ่งรู้ว่าทำได้ ก็เพราะมีนายท่านคนก่อนหน้าแสดงตัวอย่างให้ดูโดยการถ่ายเชกิน้องเมดเดี่ยวๆ นี่ล่ะ… เราก็เลยเอามั้ง

IMG_8127

โนริ รูกิ นานาโฮะ

ไปครั้งต่อไปคือวันที่ 14 สิงหาคม ถัดจากครั้งก่อน 3 วัน ครั้งนี้ได้เจอกับ “โนริจัง” น้องเมดที่มาให้บริการเราครั้งแรกนู้นนเลย น้องเค้าก็ยังคงน่ารัก ยิ้มแย้ม เช่นเคย ผมก็เลยได้ถ่ายเชกิคู่กับโนริจังเสียที หลังจากที่แอบเสียดายว่าทำไมตอนที่ไปร้านครั้งแรกดันไม่ถ่าย ครั้งนี้เริ่มเจอน้องเมดซ้ำล่ะ ก็เลยถือโอกาสถ่ายรูปเดี่ยวซะเลย สิ่งที่ประทับใจคือรูกิจำชื่อเราได้ เรียกเราว่าบ๊องแบ๊งซามะตั้งแต่เข้าร้านเลยทีเดียว นับเป็นความประทับใจทีทำให้เราอยากกลับมาที่ร้านอีกครั้งเลยจริงๆ

IMG_4851

หลังจากนั้น ทั้งผมและอิจิซามะก็กลายเป็นนายท่านผู้ติดเมดอย่างเป็นทางการ เมื่อใดที่มีโอกาส มีเวลาว่างก็จะแวะไปที่ Gateway Ekkamai ทันที และตั้งชื่อสถานที่นี้เป็นโค้ดเนมว่า “E7” อันหมายถึงสถานีรถไฟฟ้า BTS เอกมัยนั้นเอง ก็กลายเป็นสถานที่ทำงานแห่งที่ 2 ของผมไปด้วยเหมือนกัน… กลางวันก็ไปนั่งคิดงานที่ร้านเมดนี่ล่ะ… คิดงานไม่ออกก็ถามเมดให้น้องเมดช่วยเนอะ…

IMG_8128

ชินนามอน ยูรินะ นัตสึกิ นัตสึกิ โนริ นานาโฮะ (เริ่มจำกันได้แล้วมั้ง)

ความประทับใจเกี่ยวกับน้องเมดก็ยังมีอยู่เรื่อยๆ ทั้งการได้พับนกกับนัตสึกิ โดยใช้กระดาษทิชชู่ของร้านนี่ล่ะ พับกันคนละตัว จริงๆคือเราเอามาพับเล่นก่อน แล้วตั้งโชว์ให้น้องดู จากนั้นก็แกล้งยุให้น้องเค้าลองพับตามดูว่าจะทำได้มั้ย…ปรากฏว่ายุขึ้นด้วยเว้ย!…พับตามซะงั้น (หลอกง่ายแท้) ก็เลยเอามาเชกิด้วยกัน ส่วนนกก็ตั้งเอาไว้ที่ร้านนั่นล่ะ คงโดนโกยลงถังขยะหลังจากปิดร้านมั้ง โถ…นกน้อยของสองเรา 555+ …..วีรกรรมเรื่องความคลั่งนัตสึกิยังไม่จบ ยังเคยเอาข้าวไข่เจียวที่ซื้อมาจาก Max Value ขากลับมาเขียนเล่นด้วยซอสอีก

ไม่ได้จะโชว์ว่าเก่งหรอกนะ แต่จะโชว์ว่ากูแม่งบ้า 555+

ไม่ได้จะโชว์ว่าเก่งหรอกนะ แต่จะโชว์ว่า แม่งบ้าจริง 555+

อันที่จริงผมที่ว่าไปเยอะ แต่ก็ยังแพ้อิจิซามะ ที่มีอยู่ช่วงนึงในเดือนสิงหานี้ล่ะ ที่มันไปร้านเมดแบบ nonstop ไปแทบทุกวันเลยจริงๆ บ๊องแบ๊งซามะขอนับถืออิจิซามะจากใจจริง Orz

IMG_4883

นอกจากนี้ ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ เราก็จะมีนายท่านคนอื่นๆ มาร่วมก๊วนด้วย ทำให้การไปร้านเมดยิ่งสนุกขึ้น เพราะนอกจากได้แกล้งน้องเมดแล้ว ยังได้เฮฮาพูดคุยกับเพื่อนเรื่องไอดอลอีก จุดนี้ก็ทำให้ผมได้รู้จักกับน้องๆหลายคน ที่ตอนนี้กลายเป็นสนิทกันมากเลยทีเดียว ต้องขอขอบคุณสถานที่ร้านเมดมา ณ จุดจุดนี้จริงๆ lolz

และจากการติดตามแฟนเพจของ Maidreamin ทำให้เราได้ข่าวว่าน้องเมดจะไปขึ้นแสดงโชว์ที่งานศึกษาต่อญี่ปุ่น (ประมาณไปโปรโมทร้าน) ที่ QSNCC แน่นอนว่าบ๊องแบ๊งซามะและพ้องเพื่อนไม่พลาด รีบจัดปาร์ตี้วิ่งเข้าดันเจี้ยนทันที แถมงานนี้สามารถถ่ายรูปน้องเมดได้อีกด้วย!! (ในร้านถ่ายรูปน้องเมดไม่ได้นะจ้า ต้องเชกิเสียตังค์อย่างเดียว) ดังนั้นแน่นอน จ่ายฟรีไม่ต้องเสียใบละร้อย แถมภาพคมชัดระดับไอโฟน ก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพมา

page3

โดยเฉพาะนายท่านที่เป็นผู้หญิง (ทางร้านจะเรียกนายท่านผู้หญิงว่าคุณหนู) จะสามารถขอถ่ายคู่กับน้องเมดได้ฟรี ส่วนนายท่านผู้ชายก็อดตามระเบียบ… ก็เลยไม่มีรูปถ่ายคู่กับน้องเมด แต่เนื่องจากว่าน้องเมดนัตสึกิ วันนี้มารับจ๊อบอย่างอื่่นที่ไม่ใช่ของร้านเมด…ดังนั้น ทั้งบ๊องแบ๊งซามะ อิจิซามะ และกาอินซามะ ก็เลยขอถ่ายรูปคู่กับนัตสึกิซะเลย จริงๆแล้ววันนี้ต้องห้ามเรียกน้องเค้าว่านัตสึกิ เพราะ น้องเค้าไม่ได้เป็นเมด เราเลยต้องเรียกว่า……แทน (เซ็นเซอร์ชื่อเถอะจ้ะ) วันนั้นก็มีการแสดงเพลง You May Dreamin กับ Hand in Hand ซึ่งเป็นเพลงประจำของร้าน ซึ่ง ณ ตอนนั้นเราทุกคนก็สามารถร้องตาม มิกซ์ตาม อะไรได้หมดแล้ว เอาเป็นว่าก็สนุกกันสุดๆเลยทีเดียวล่ะ

page4

สำหรับ ตอนที่ 1 ก็คิดว่าจะจบเอาไว้ที่ตรงนี้ก่อนสำหรับเรื่องราวประสบการณ์ที่ร้านเมด ซึ่งที่เล่ามาเนี่ยยังไม่ถึงครึ่งเลย เพิ่งจะจบแค่เดือนแรก ที่บ้าเอามากๆเท่านั้นเอง สำหรับข้อมูลอื่นๆ ของร้านเมดที่อยากอธิบายเพิ่มเติมก่อนที่จะตัดจบ entry นั้น ก็อยากจะพูดหลักๆ อยู่ 2 เรื่อง

ระบบการเก็บแต้มและระดับของนายท่าน

ในทุกการใช้จ่ายที่ร้านเมดนั้นจะเรียกว่า “รีมมิน” ซึ่งทุก 200 รีมมิน เราจะได้ 1 ดรีมพอยท์ โดยเราสามารถสะสมแต้มไปเรื่อยๆ เมื่อครบ 50 พอยท์ก็สามารถ อัพบัตรได้ตามชั้นๆ ดังนี้

IMG_4888

  • ดรีมพาสสปอต : บัตรใบแรกที่ได้ตั้งแต่เข้าร้านครั้งแรก คุณสมบัติเอาไว้แลกไลฟ์และเปลี่ยนบัตรเป็นนายท่านระดับได้ในการมาครั้งต่อไป
  • ชาวเมืองทั่วไป (สีชมพู) : โดยการเอาบัตรดรีมพาสปอร์ตมาเปลี่ยน
  • ชาวเมืองขั้นกลาง (สีฟ้า) : โดยการสะสมบัตรสีชมพูจนครบ 50 พอยท์
  • ชาวเมืองขั้นสูง (สีเหลือง) : โดยการสะสมบัตรสีฟ้าจนครบ 50 พอยท์
  • ฉายาตามใจชอบ (สีดำ) : โดยการสะสมบัตรสีเหลืองจนครบ 50 พอยท์ โดยบัตรนี้จะสามารถตั้งชื่อฉายาของตัวเองได้ หรือถ้าคิดไม่ออกก็ให้น้องเมดตั้งให้ก็ได้ (ซึ่งเอาจริงๆ ถ้าเรามีฉายาตัวเองตั้งแต่ต้นมันก็เขียนลงไปได้เลย)

สำหรับบัตรทุกใบด้านบนนั้น คนที่จะเขียนชื่อให้เราจะเป็นน้องเมดแบบรันดอม คือบัตรอัพตอนไหน น้องเมดคนไหนอยู่ เค้าก็จะเขียนให้ เลือกน้องเมดมาเขียนชื่อไม่ได้นะ

และหลังจากสะสมบัตรดำครบ 50 ดวง ก็สามารถอัพเกรดเป็นบัตรระดับสูงสุดของร้านคือ “บัตรทอง” หรือ Dream VIP Card (เสียค่าบัตร 300 บาท) และสามารถเลือกน้องเมดให้มาเขียนชื่อให้ได้ บัตรทองนี้เป็นบัตรแข็งจากประเทศญี่ปุ่นเลย โดยบัตรสามารถใช้เป็นส่วนลดได้ 5% สามารถใช้ได้ทั้งที่ไทยและร้าน Maidreamin สาขาต่างๆทั่วประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ทางร้านยังมีการรันเลขลำดับผู้ได้เป็น VIP แถมมีทำเนียบ VIP ติดอยู่ตรงเคาท์เตอร์ด้วย

1607104_10202777224811916_1848752261_n

ไม่ใช่บัตรผม…. lolz

นอกจากนี้ สิทธิพิเศษอีกอย่าง คือเมื่อได้เป็น VIP แล้ว เมื่อมีการต่อ Dream Time หรือการต่อเวลา จากปกติที่น้องเมดจะมาพูด “ดรีมไทม์ ดรีมไทม์ ดรีมไทม์ ดรีมไทม์ อิตะระไช” ก็จะเปลี่ยนคำพูดเป็นคำพูดอื่นที่น่าฟังยิ่งกว่านั้น….หึหึ อยากรู้ว่ามันเป็นยังไงคงต้องลองเป็น VIP ดูเองนะครับ…. สำหรับเงินที่ใช้ในการเป็น VIP ก็นั่นล่ะครับ ดวงละ 200 บาท บัตรละ 50 ดวง รวม 4 บัตรก็…… lolz

นอกจากนั้นทุก 10 พอยท์ ก็สามารถนำไปแลกเครื่องดื่มได้ฟรี 1 แก้ว แลกได้ตั้งแต่ชาเขียวรีฟิลด์ น้ำผลไม้ หรือเบียร์ จะเห็นรูปหลังบัตรว่ามีแต้มที่ขีดฆ่าทีละแถว นั้นคือใช้แลกเครื่องดื่มไปแล้วนั่นเอง

ระดับของน้องเมด

ตะกี้เป็นระดับของนายท่านแล้ว คราวนี้เป็นระดับของน้องเมดบ้าง โดยปกติเราจะเห็นน้องเมดใส่ชุดแตกต่างกันไป ซึ่งชุดที่ใช้นี่แหละ จะเป็นตัวแยกระดับของเมด โดยมีอยู่ทั้งหมด 4 ระดับด้วยกัน

page6

รูปภาพจากเว็บไซต์ maidreamin.com

  • เมดฝึกหัด : ก็คือเมดหน้าใหม่ ทุกคนจะเริ่มต้นที่ระดับนี้จนกว่าจะได้รับการยอมรับ เมดในระดับฝึกหัดจะไม่มีสินค้าของตัวเองขาย ไม่มี Facebook Fanpage ของตัวเอง (ในไทย) เป็นชุดยูนิฟอร์มสีน้ำเงินกับผ้ากันเปื้อนสีขาว ไม่มีโบว์
  • เมดระดับทั่วไป : เปลี่ยนยูนิฟอร์มและติดโบว์สีชมพู ถือเป็นชุดมาตรฐานของร้าน
  • เมดระดับมาสเตอร์ : ชุดยูนิฟอร์มจะเหมือนเมดทั่วไป แต่จะมีกระดุมรูปหัวใจติดทับตรงโบว์อีกที เมดระดับมาสเตอร์มีความหมายว่ามีความเป็นผู้นำ หรือมีความเชี่ยวชาญในระดับสูง
  • เมดระดับดรีม : เป็นระดับสูงสุด จะมีเสื้อกั๊กสีน้ำเงินพร้อมติดโบว์ขนาดใหญ่ ชุดจะเรียกว่า “ดรีมยูนิฟอร์ม” สำหรับคนที่ได้ใส่ชุดนี้มีความหมายถึงการเป็น Leader ต้องมีความเป็นผู้นำสูง ซึ่งสาขาในไทยมีคนที่สามารถใส่ชุดนี้ได้เพียงสองคนคือ คุเมย์และรูกิ (ซึ่งตอนนี้ออกไปแล้วทั้งคู่)

สำหรับตอนแรก ก็คงแค่นี้ก่อนละกัน….เอาไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะ บาย เนี้ยว….. ~~~

IMG_4974

0 Total Views 0 Views Today

One thought on “ประสบการณ์การถูกเรียกว่านายท่านที่ “Maidreamin” (ตอน 1)

  1. Pingback: วิเคราะห์การตลาดร้านเมดคาเฟ่ในไทย "ฉบับนายท่าน" - Bongbank Blog

Leave a Reply

Your email address will not be published.